พูดจบก็กลับไปกินต่อ ทว่าบนใบหน้างดงามล่มเมืองกลับมีแววหงุดหงิดปรากฏขึ้นแล้ว
หลินเซียวขมวดคิ้วน้อย ๆ รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
“นี่ นักบุญหญิง เธอนี่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลยนะ ถ้าไม่เห็นแก่ที่เธอเคยช่วยฉัน ฉันก็ขี้เกียจจะยุ่งกับเธอหรอก”
เขาจ้องเธออย่างไม่พอใจ
เมื่อรู้แล้วว่านักบุญหญิงต้องพึ่งอาหารของเขา ความกล้าของเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
อวิ๋นเยว่ขมวดคิ้ว มองเขาอย่างเย็นชา
“นายช่วยฉัน? ไม่คิดบ้างหรือว่ามันน่าขำ นายเอาความมั่นใจมาจากไหน?”
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
หลินเซียวสูดหายใจลึก อยากเดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้เกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ เขาก็จะเสียผู้ช่วยไปคนสำคัญ
“ได้ น่าขำใช่ไหม? วันนี้ฉันจะทำให้เธอเห็นว่าใครกันแน่ที่น่าขำ!”
“รอดูได้เลย!”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินเข้าไปในพื้นที่สีฟ้า
อวิ๋นเยว่จ้องแผ่นหลังของหลินเซียว แววฉงนวาบผ่านดวงตา
คนธรรมดาอย่างเขา กล้าดียังไงกัน?
แต่ก็เป็นอย่างที่หลินเซียวคิด เธอต้องการอาหารที่ช่วยฟื้นฟูปราณเหล่านี้จริง ๆ
“เหยาเหยา?”
หลินเซียวเรียกเบา ๆ
ฉู่เหยาเหยาปรากฏตัวขึ้นในมิติอย่างรวดเร็ว ใบหน้าน้อย ๆ ประดับรอยยิ้มชวนหลงใหล
“พี่หลินเซียว เรียกฉันเหรอ?”
น้ำเสียงสดใสร่าเริง ทั้งคล่องแคล่วและแฝงความน่ารักอยู่หลายส่วน
หลินเซียวพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ขอยืมปืนพลังงานของเธอหน่อยได้ไหม เอาไว้ใช้แก้ขัดน่ะ”
ฉู่เหยาเหยาถอดปืนที่เหน็บไว้ตรงเอวออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นให้เขา
