ภาพตรงหน้าราวกับทำให้เธอเห็นผี
แค่เจียงชูหนิงคนเดียวก็ว่าไปอย่าง แล้วทำไมตอนนี้คุณหนูใหญ่แห่งบริษัทตระกูลหลิ่วถึงมายืนอยู่ข้างหลินเซียวได้อีกคน?
ท่าทางแบบนั้น หรือว่าเธอก็มีใจให้หลินเซียวด้วย?
สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ทั้งตัวสับสนวุ่นวาย บันไดที่เดิมทีคิดจะปูให้ตัวเองลงกลับกลายเป็นหน้าผาสูงชัน
การปรากฏตัวของหญิงสาวทั้งสองทำลายศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเธอจนหมดสิ้น
เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ สายตาเยาะเย้ยของคนรอบข้างก็จับจ้องมาที่เธอแล้ว ลมหายใจของซุนหยางหยางเริ่มติดขัด ความโกรธพุ่งขึ้นจู่โจมหัวใจ ภาพตรงหน้ามืดวูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอพูดอะไรไม่ออก ทั้งยังโต้แย้งไม่ได้ ความโกรธที่ท่วมท้นทำได้เพียงเก็บซ่อนไว้ในใจ
เธอหลับตาลงแล้วพูดเสียงเหี้ยมว่า “หลินเซียว คอยดูเถอะ แกคอยดูฉันไว้ให้ดี!!”
สิ้นเสียง เธอก็พุ่งออกจากบาร์ไปโดยไม่หันกลับมามอง
คราวนี้เธอไม่มีหน้าไปพบใครแล้ว
หลินเซียวมีรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าแววตากลับเย็นชา เขาจ้องมองแผ่นหลังของซุนหยางหยางเงียบ ๆ
แม้คืนนี้จะทำให้ซุนหยางหยางเสียหน้าอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก ไม่มีความคืบหน้าเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างมากก็แค่ตบหน้าบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปไปฉาดหนึ่งเท่านั้น
ซุนหยางหยางจากไปแล้ว แต่คนอื่น ๆ ยังคงจ้องมาทางพวกเขา
หลินเซียวหันไปมองทางชั้นสอง แววตาเผยประกายครุ่นคิด
เขารู้สึกว่าข้างในนั้นน่าจะมีความลับซ่อนอยู่
แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้นตรงนี้ ต่อให้มีความลับอะไรอยู่ข้างใน ตอนนี้ก็คงซ่อนเอาไว้แล้ว
หากเข้าไปตอนนี้ มีแต่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว
