ไม่นาน แสงสีฟ้าอ่อนก็ส่องวูบวาบ
ร่างบอบบางน่ารักเดินลากสังขารที่อ่อนล้าเข้ามา สีหน้าฝืนทนความเจ็บปวด
“พี่หลินเซียว มีอะไรเหรอคะ?”
ฉู่เหยาเหยาเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม
หลินเซียวเห็นแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉู่เหยาเหยามาหาเขาทุกครั้งที่เรียก มีเพียงครั้งเดียวที่เธอตอบเขาผ่านจิตสำนึก ซึ่งก็คือตอนเกิดเหตุฉุกเฉิน
“ยังปวดท้องอยู่ไหม?”
เขาถาม
ฉู่เหยาเหยาคิดไม่ถึงว่าหลินเซียวจะถามเรื่องนี้ จึงรู้สึกกระดากอายขึ้นมาเล็กน้อย
“ก็พอไหวค่ะ”
เธอฝืนยิ้มตอบ
หลินเซียวเองก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้เธอปวดหนักกว่าเมื่อครู่เสียอีก
เขายกมือขึ้นพลางกล่าวว่า “ฉันตุนเสบียงช่วงนี้ไว้ให้เธอแล้ว พวกเธอน่าจะใช้ได้ไปอีกพักหนึ่ง”
ฉู่เหยาเหยาเพิ่งสังเกตเห็นกองเสบียงยังชีพ จึงเม้มปากยิ้ม
“ได้ค่ะ~”
คำตอบนั้นยังคงว่าง่ายอย่างยิ่ง
หลินเซียวหยิบถุงพลาสติกสีดำขึ้นมาแล้วยื่นให้
“นี่ให้เธอ”
ฉู่เหยาเหยาเดินเข้ามารับไว้ในมือ ก่อนถามว่า “นี่อะไรเหรอคะ?”
หลินเซียวกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “เปิดดูสิ แล้วก็รู้เอง”
ฉู่เหยาเหยาเปิดถุงพลาสติก หยิบกระเป๋าน้ำร้อนแบบพกพาข้างในออกมาพลิกดูอย่างละเอียด สีหน้างุนงงไม่น้อย
“นี่อะไรเหรอคะ พี่หลินเซียว?” เธอถามต่อ
หลินเซียวส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วอธิบายช้า ๆ ว่า “เอาไว้อังท้องให้ร้อนน่ะ ไม่รู้สึกว่ามันอุ่นหรือ?”
เขาชาร์จไฟไว้เต็มแล้ว ตอนนี้จึงกำลังอุ่นพอดี
