อาคารสามของลานทำการรัฐ เวลาสามทุ่มสิบห้านาที
ประตูห้องประชุมเล็กถูกเปิดออกโดยโจวยวี่เชิน การรายงานที่กำลังดำเนินอยู่ภายในพลันหยุดชะงัก
หลายคนลุกขึ้นยืนพร้อมกัน อากัปกิริยารวดเร็วเกิดจนเก้าอี้ขูดกับพื้นเกิดเสียงเสียดหู
“นั่งเถอะ” เขายกมือกดเบา ๆ เสื้อโค้ตขนแกะสีดำมีเกล็ดหิมะหล่นร่วงตามการเคลื่อนไหว
ไห่เฉิงในต้นเดือนมีนาน้อยนักที่จะมีหิมะตก
คลื่นลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลินี้มาอย่างกะทันหัน เช่นเดียวกับการมาตรวจการชั่วคราวของเขาในคืนนี้
รองหัวหน้าหลาวเฉินก้าวเร็ว ๆ เข้ามาหา “เลขาโจว ผมไม่คิดว่าท่านจะมาด้วยตัวเอง พวกเรากำลังเรียบเรียงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมพรุ่งนี้อยู่…”
“ผมอ่านเอกสารนั่นแล้ว” โจวยวี่เชินปลดกระดุมโค้ต เผยให้เห็นสูทสีเทาเข้มด้านใน “ส่วนที่สาม หน่วยข้อมูลไม่ตรงกับที่รายงานครั้งก่อน”
สายตาเขากวาดมองไปบนโต๊ะประชุม “ใครรับผิดชอบ”
ชายวัยกลางคนในมุมห้องหน้าซีดเผือด
โจวยวี่เชินไม่ทันให้เขาปริปาก ก็โยนแฟ้มลงบนโต๊ะแล้ว “ทำใหม่ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าวางบนโต๊ะผม”
ชายคนนั้นรีบรับ “ครับ เลขาโจว”
ห้องประชุมเงียบสงัด
“ทำต่อ” เขาดึงเก้าอี้ตำแหน่งประธานนั่งลง สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าใดหน้าหนึ่งของเอกสารประชุมนานสามวินาที
การเคลื่อนไหวละเอียดอ่อนนี้ถูกเลขานุการข้างกายจับได้ทันที เขาช่ำชองทำเครื่องหมายลงบนสมุดบันทึก
เนื้อหาที่เลขาโจวให้ความสนใจ มักจะเป็นทิศทางลมแห่งการปรับเปลี่ยนครั้งต่อไป
การรายงานเริ่มขึ้นอีกครั้ง ทว่าจังหวะเสียกระบวนไปอย่างเห็นได้ชัด
โจวยวี่เชินเอนหลังพิงพนัก ปลายนิ้วลูบคลำเบา ๆ บนขอบถ้วย
“พอแค่นี้ก่อน” การประชุมกินเวลาชั่วโมงหนึ่ง โจวยวี่เชินลุกขึ้น “การประชุมหารือพรุ่งนี้เลื่อนไปบ่ายสามโมง ผมจะเข้าร่วม”
เมื่อก้าวออกจากตัวอาคาร หิมะบนถนนกวันฟู่หยุดตกแล้ว
โจวยวี่เชินสวมโค้ตยาวสีดำ รองเท้าหนังสีดำเหยียบลงบนหิมะที่ทับถมเกิดเสียงดังกรวบ
ไฟถนนทอดเงาของเขายาวเหยียด ดุจกระบี่คมที่ชักออกจากฝัก
ตึกทำการ
เว่ยซีกำลังเผชิญหน้ากับจอคอมพิวเตอร์แก้ไขพาวเวอร์พอยท์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พี่ซีซี!” ฉีหวั่นผลักประตูพรวดเข้ามา “การประชุมหารือช่วงเช้าเปลี่ยนเป็นบ่ายสามโมงแล้วค่ะ เลขาโจวจะเข้าร่วมด้วยตัวเอง!”
มือเว่ยซีสะดุ้ง ลบข้อสรุปที่เพิ่งพิมพ์เสร็จไป
“มาตรวจทานข้อมูลแผนงานอีกครั้ง” เสียงเธอแห้งตึง “โดยเฉพาะส่วนของอำเภอชิงหลิน”
“จะตรวจอะไรกันอีกเล่าคะ” ฉีหวั่นลดเสียงลง “หัวหน้ากองเพิ่งพูดไม่ใช่หรือคะ ว่าหากนำแผนงานที่พวกเรายื่นไปปฏิบัติ ความคืบหน้าของเขตพัฒนาที่อำเภอจะได้รับผลกระทบ เขาแสดงความเป็นกังวล”
“แถมเรายังเอาข้อมูลฉบับเต็มจากสถานีตรวจวัดมาไม่ได้ ทางเบื้องบนยังประสานงานอยู่กว่าจะตรวจสอบข้อมูลก็ต้องใช้เวลา”
มือที่กำเมาส์ของเว่ยซีออกแรงขึ้นเล็กน้อย สามเดือนก่อนเธอกับฉีหวั่นนำทีมไปสำรวจที่อำเภอชิงหลิน เห็นกับตาว่าน้ำเสียปล่อยลงแม่น้ำโดยตรงน่าตกตะลึงเพียงใด
“แผนงานนี้เรายอมแพ้ไม่ได้” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตามีความดื้อรั้น “ถึงแม้จะเอาข้อมูลแม่นยำมาไม่ได้ แต่แผนงานก็ต้องยื่นไปก่อน”
ฉีหวั่นคล้ายจะเอ่ยปาก แต่ก็หยุดไว้
จนกระทั่งเห็นรอยคล้ำจาง ๆ ใต้ตาเว่ยซี เพื่อแผนงานที่ถูกหัวหน้ากองตีกลับมาแก้ไขนี้ เธอทำงานล่วงเวลาติดต่อกันสองสัปดาห์แล้ว
สุดท้ายฉีหวั่นก็ใจอ่อน “ได้ค่ะ เรามาตรวจทานกันอีกสักรอบ”
อีกฟากหนึ่ง การประชุมหารือประสานงานเพิ่งเลิก
มีผู้รับผิดชอบท้องถิ่นสองสามคนก้าวเข้ามาหาทันที ถามอย่างระมัดระวัง “เลขาโจว เรื่องการอนุมัติแผนงานระยะสาม พอจะ…”
โจวยวี่เชินยกมือดูนาฬิกาข้อมือ น้ำเสียงราบเรียบ “มีปัญหาให้ยื่นตามขั้นตอนไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
หนึ่งประโยคก็ส่งให้ทุกคนกระเจิง
เวลาชายหนุ่มหมุนตัวเดินจากไป ชายโค้ตสะบัดเป็นเส้นโค้งที่คมกริบ
ที่โจวยวี่เชินนี่ อย่าหวังว่าจะได้ข้อยกเว้น การอนุมัติพิเศษ หรือการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษใด ๆ
เรื่องใหญ่เพียงไหนก็ต้องดำเนินตามขั้นตอนปกติ เดินกระบวนการตามระเบียบราชการ
เลขาเหลียงเดินตามหลังส่ายหัวอย่างจนใจ เลขามาดำรงตำแหน่งนานป่านนี้แล้ว ไฉนยังมีคนมองไม่ออกว่าเลขาให้ความสำคัญกับความสามารถส่วนบุคคลและทำงานจริง กลับจะหาเรื่องใช้ช่องโหว่เล็ก ๆ รอให้โดนดุหนัก
ขึ้นรถแล้ว เลขาเหลียงยื่นแท็บเล็ตให้ “ท่านผู้นำ นี่คือรายชื่อการประชุมหารือช่วงบ่ายครับ”
โจวยวี่เชินรับมา ปลายนิ้วเลื่อนบนจอหนึ่งครั้ง หยุดที่ชื่อหนึ่ง
กองโยธา เว่ยซี
“คนที่ไปสำรวจที่อำเภอชิงหลินน่ะหรือ”
“ใช่ครับ ได้ยินว่าพอกลับมาก็โดนหัวหน้ากองโยธาด่า แต่เด็กสาวคนนี้ก็ดื้อเหมือนกัน กล้าถกเถียงด้วยเหตุผลซึ่งหน้า”
โจวยวี่เชินน้ำเสียงราบเรียบ “คุณรู้ดีจังนะ”
เลขาเหลียงนี่เองที่เพิ่งฉุกคิด ข่าวซุบซิบภายในจากการทำงานเช่นนี้ เขาซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบโยธาเลยรู้มาได้อย่างไร
แย่แล้ว
ถึงคราวเขาต้องโดนดุหนักบ้างแล้ว
“ขอโทษครับ ท่านผู้นำ คือผมมีเพื่อนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งทำงานอยู่ทางนู้น บังเอิญได้ยินเขาเล่าเรื่องขำขันนอกเวลางาน บอกว่าคิดจะจีบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ภายหลังถึงรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว” เลขาเหลียงพูดไปก็อดไม่ได้ “แต่ว่าแฟนของเธอคนนั้น ก็ไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจให้ฝากผีฝากไข้ได้”
“ใส่ใจขนาดนี้ คิดเป็นมือที่สามหรือ”
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่…” เลขาเหลียงพลันติดอ่าง รู้สึกว่ายิ่งพูดยิ่งซวย “คือเขา เขา เขาไม่ได้คิดนะครับ”
โจวยวี่เชิน “เรื่องแนวปฏิบัติตัว ระวังให้มากขึ้น”
เลขาเหลียงรับประกันยกใหญ่ “เข้าใจแล้วท่านเลขา! ผมจะคอยสอดส่องเขาและเตือนให้ระมัดระวังเรื่องภาพลักษณ์เสมอ!”
โจวยวี่เชินทำเครื่องหมายบนชื่อของเว่ยซี ส่งแท็บเล็ตคืน พูดว่า “เพิ่มเก้าอี้ตัวหนึ่ง จัดแถวหน้าเลย”
เลขาเหลียงรูม่านตาสะท้าน
หา ใครนะ
แถวหน้าของการประชุมหารือนี่เป็นที่นั่งสงวนไว้ให้บรรดาผู้นำทั้งนั้น
นี่… นี่นี่…