เป็นที่รู้กันดีว่า ระดับความแปลกประหลาดนั้นมีห้าระดับ คือ เล็กน้อย ปานกลาง รุนแรง รุนแรงมาก และระดับบ้าบอสุดขีด
แต่ความแปลกประหลาดของแขกที่มาที่ตึกสี่นั้นเกินกว่าทั้งห้าระดับที่ว่านี้
ถึงขนาดที่นักโทษตึกสี่หลายคนไม่เข้าใจความหมายของทังอวี้ คิดไปเองว่าทังอวี้กำลังพูดเป็นนัย ก็เลยถามอย่างระมัดระวังว่า “หัวหน้า ต้องการให้พวกเราฉีกแขนขานางออกก่อนไหม?”
พอเสียงพูดจบลง หมายเลขสิบสี่ยังไม่ทันได้ขยับตัว ทังอวี้ก็ลงมือก่อนแล้ว
เขาเตะไปที่หัวเข่าของคนที่พูดคนนั้น ดูเหมือนไม่ได้ออกแรงมาก แต่กลับทำให้อีกฝ่ายทรุดลงนั่งกับพื้นทันที
ทังอวี้มองคนคนนั้นจากเบื้องบน ใช้น้ำเสียงหม่นหมองที่ต่างจากตอนพูดกับเสิ่นเยว่โดยสิ้นเชิงพูดว่า “รีบขอโทษแขกผู้มีเกียรติเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะลอกหนังแก”
คำว่า ‘ลอกหนัง’ ที่คนทั่วไปพูดกันนั้นมักจะใช้เป็นสำนวนเกินจริงเพื่อเอาไว้ข่มขู่ แต่ถ้าประโยคนี้หลุดจากปากของทังอวี้ นั่นก็หมายความว่าเขาจะลอกหนังของอีกฝ่ายจริง ๆ ในความหมายทางกายภาพ
พอได้ยินคำพูดของทังอวี้ นักโทษตึกสี่ที่เพิ่งพูดไปก็สีหน้าเปลี่ยนไป รีบขอโทษเสิ่นเยว่ทันที นักโทษคนอื่น ๆ ก็ปรับท่าทีให้จริงจังขึ้น เริ่มระมัดระวังตัวกับเสิ่นเยว่