ซือเฉิงโย่วพลันได้ยินคำพูดของเสิ่นอี้เฉิน แม้จะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็มีเพียงแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย สีหน้าทั้งหมดยังคงเหมือนกับเมื่อครู่ไม่มีผิด
เขาพยักหน้าให้เสิ่นอี้เฉินเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ พลางกล่าว "อยู่กับพี่ใหญ่เสิ่นแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับประโยชน์เสมอ"
เสิ่นอี้เฉินได้ยินคำพูดนี้ก็รู้ความหมายของซือเฉิงโย่วแล้ว จึงไม่พูดอะไรเพิ่ม
อายุแค่นี้แต่ก้าวมาถึงตำแหน่งนี้ได้ จะมีที่ไหนง่าย ๆ เก็บเรื่องไว้ในใจก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อครู่ที่เสิ่นอี้เฉินพูดออกไปโดยไม่ทันคิด ตัวเขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองหุนหันไปหน่อย
ซือเฉิงโย่วถึงแม้จะอายุน้อยกว่าเขา แต่ยังไงก็ไม่เหมือนกับพี่น้องในบ้านของตัวเอง ไม่ต้องให้เขาวิตกกังวล
ถึงแม้จะได้สนทนากับซือเฉิงโย่วเพียงแค่สองครั้ง แต่แค่การพบกันสั้น ๆ สองครั้งนี้ เสิ่นอี้เฉินก็รู้แล้วว่าหัวหน้าของเจ้าน้องสามเป็นคนแบบไหน
ซือเฉิงโย่วมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง รู้ว่าตัวเองควรทำอะไร และเต็มใจที่จะแบกรับราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสิ่งนั้น
เสิ่นอี้เฉินเห็นเสิ่นเยว่กับพวกเดินเข้ามา ก็ลดมือที่โบกอยู่ลง แล้วพูดกับซือเฉิงโย่วว่า "ได้เวลาพอดี บ้านเราปรุงกับข้าวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้แล้ว ถ้าคุณซือไม่รังเกียจ อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อเป็นไง"
ซือเฉิงโย่วทอดสายตาไปยังสองพี่น้องที่เดินสวนแสงตะวันยามเย็นเข้ามา แล้วพยักหน้า "เช่นนั้นก็รบกวนด้วย"
เสิ่นฮุ่ยเป็นคนแบบไหนกันแน่ เขาต้องสังเกตอีกสักหน่อย และรวมถึงเสิ่นเยว่ด้วย
