พูดว่าจะมากินไอศกรีม แต่สุดท้ายสามคนก็แวะเข้าร้านข้าวก่อนอยู่ดี
เสิ่นเยว่คุ้นเคยกับอาหารจีนมากที่สุด ส่วนทังอวี้แต่ก่อนชอบกินพวกขนมปัง แต่พอคลุกคลีกับตระกูลเสิ่นมานานก็หันมาชอบกินข้าวแทน
เรื่องนี้ซือเฉิงโย่วก็รู้ดี เพราะเขารู้จักเสิ่นเยว่ไม่ใช่แค่ตัวเธอ แต่รวมถึงคนรอบข้างเธอด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนเลือกสถานที่ซือเฉิงโย่วก็ยังถามทังอวี้อยูดีว่า "กินอาหารจีนได้ไหม"
ทังอวี้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ซือเฉิงโย่วจะถามความเห็นเขา เขาเลิกคิ้วถาม "นายไม่โกรธเหรอ"
ไม่โกรธ? ไปโกรธที่ไหนได้ ซือเฉิงโย่วแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
แต่เขารู้ดีกว่า ในชาตินี้เสิ่นเยว่พาทังอวี้กลับมาด้วยเหตุผลอะไร เพื่อไม่ให้ทังอวี้กลายเป็นหนามที่คอยตำใจเธอระหว่างพวกเขาสองคน สิ่งที่เขาต้องทำไม่ใช่การเอาชนะทังอวี้ แต่คือการทำให้ทังอวี้ถอยออกไปโดยไม่สร้างปัญหาให้เสิ่นเยว่ภายหลัง
เขาต้องปลุกทังอวี้ที่ถูกฝันร้ายขังไว้ ไม่ใช่ไปโต้เถียงกับเขา
"ผมโกรธ แต่คุณทำงานที่ตระกูลเสิ่นมาหลายปี ผมก็คลุกคลีกับคุณมานาน การที่คุณทำแบบนี้ครั้งนี้จะเรียกว่าหลงผิดหรือมีอะไรอัดอั้นไว้ รอให้คุณอยากเล่าเมื่อไหร่ค่อยเล่าก็ได้ เราค่อย ๆ พูดกัน"
ซือเฉิงโย่วพูดจบก็ปล่อยมือจากเสิ่นเยว่ แล้วเดินไปยืนข้างทังอวี้
ทังอวี้กับซือเฉิงโย่วสูงพอๆ กัน ไม่มีใครต้องเงยหน้ามองหรือก้มหน้ามองใคร
ซือเฉิงโย่วลดเสียงลง กระซิบข้างหูทังอวี้ "พอคุณรู้สึกตัวเมื่อไหร่ อย่าลืมไปขอโทษเยว่เยว่ด้วย"