เสิ่นเยว่อาศัยอยู่ที่ฐานทัพร่วมกับคนจากดินแดนปีกหัก
เพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษหนีระหว่างปฏิบัติภารกิจ ทุกคนจึงถูกสวมปลอกคออิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่คอ หากใครออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ดูแลดินแดนปีกหักจะกดปุ่มทำลาย แล้วหัวของคนคนนั้นก็จะระเบิด
แต่อีฟลินไม่แยแสกับสิ่งนี้เลย เธอบอกว่า ของที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เธอทำให้มันใช้การไม่ได้เมื่อไหร่ก็ได้
รวมถึงหูฟังแปลภาษาสำหรับดักฟังในเรือนจำตอนนี้ด้วย ถ้าเธออยากดักข้อมูล เธอก็ทำได้ง่ายๆ
ก่อนถึงฐานทัพ อีฟลินยังนั่งปวดใจเล่าความโหดร้ายของสงครามให้เสิ่นเยว่ฟัง คำพูดของเธอสื่อออกมาเป็นสี่คำ กลัวแล้วอยากหนี
แต่พอเธอมาถึงฐานทัพจริงๆ และเริ่มทำภารกิจ ออร่าของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
บทบาทของอีฟลินในสนามรบคือการควบคุมข้อมูลอย่างเบ็ดเสร็จ
ขอเพียงฝ่ายตรงข้ามใช้การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ก็ตกอยู่ในมือของอีฟลิน
ในเรือนจำ อีฟลินเป็นเพียงคนขายข่าว แต่พอมาอยู่ในสนามรบ เธอกลายเป็นคนที่อันตรายที่สุด
ในเมื่อกำลังทหารไม่ต่างกันมากนัก สิ่งที่ทำให้สถานการณ์พลิกได้ก็คือช่องว่างของข้อมูล
ส่วนคนจากตึกหมายเลขแปด พวกเขาทำหน้าที่หลอกลวงโลก นี่คือภาพที่เสิ่นเยว่เพิ่งจะเห็นหลังจากออกมา
ที่แท้สงครามก็มีหลายแบบ สงครามรุกรานที่ไร้เหตุผลจะยืนหยัดไม่อยู่ในโลก แต่ถ้าเป็นการออกศึกที่ชอบธรรมมีเหตุผล จะได้รับการสนับสนุนจากความคิดเห็นสาธารณะของหลายประเทศ