หวังเสี่ยวฮุ่ยยืนอยู่หน้าประตู สายกระเป๋าไหลลงไปถึงข้อศอกแล้ว แต่เธอก็ยังไม่มีเวลาจัดให้เข้าที่
หวังเสี่ยวเสียโผล่หน้าออกมาจากด้านหลัง มองหลินฝานตั้งแต่หัวจดเท้า
“นายตามพวกเรามาเหรอ?”
หลินฝานเก็บบัตรใส่กระเป๋า แล้วก้มหน้าพลิกดูรายการบริการอีกหน้า
“เธอคิดมากไปแล้ว”
หวังเสี่ยวเสียเหลือบเห็นราคาบนกระดาษ ก็พลันหัวเราะออกมา
“ที่นี่ทำทรีตเมนต์ครั้งเดียว แพงกว่าเงินเดือนนายกี่วัน เคยคำนวณหรือเปล่า?”
เธอคล้องแขนหวังเสี่ยวฮุ่ยแล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
“แต่ดูรายการบริการก็ไม่เสียเงินนี่ ถือว่าเปิดหูเปิดตาไปด้วย ค่อย ๆ ดูไปเถอะ”
ถัดมา บัตรสมาชิกสีเงินก็ถูกฟาดลงบนเคาน์เตอร์
“สองคน ทำแพ็กเกจเดิมครั้งก่อนค่ะ”
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์รูดบัตรแล้วตรวจสอบหน้าจอซ้ำอีกครั้ง
“ขออภัยค่ะคุณผู้หญิง บัตรใบนี้ถูกระงับการใช้งานแล้ว”
มือของหวังเสี่ยวเสียยังคงกดอยู่บนมุมบัตร
“รูดอีกครั้งสิ”
พนักงานลองใหม่อีกรอบ
ผลก็ยังเหมือนเดิม
“ระบบแจ้งว่าสิทธิ์ของบัญชีหลักถูกยกเลิกแล้ว บัตรเสริมใบนี้จึงใช้งานต่อไม่ได้ค่ะ”
“สิทธิ์ถูกยกเลิกอะไร?”
หวังเสี่ยวเสียเอื้อมมือไปหยิบบัตรขึ้นมา
“นี่คุณเฉินเป็นคนให้ฉันเองนะ! ครั้งก่อนฉันก็มาใช้บริการที่นี่ เรียกคนอื่นมาคุย!”
พนักงานต้อนรับไม่โต้เถียงกับเธอ แต่กดกริ่งเรียกผู้จัดการเวรมาแทน
หลินฝานพับรายการบริการแล้วขยับหลบไปด้านข้าง
หวังเสี่ยวฮุ่ยขยับเข้าไปใกล้น้องสาว แล้วลดเสียงลง
“ใช้ไม่ได้ก็ช่างเถอะ เราจ่ายเอง ทำทรีตเมนต์พื้นฐานก็พอ”
“ทำไมต้องจ่ายเอง? ในบัตรก็มีเงินไม่ใช่หรือไง!”
หลังผู้จัดการตรวจสอบหมายเลขบัตรแล้ว คำตอบที่ได้รับก็ไม่ต่างจากพนักงานหน้าเคาน์เตอร์
หวังเสี่ยวเสียหน้าเสีย ชี้ไปที่เครื่องรูดบัตร
“ร้านใหญ่ขนาดนี้จะระงับบัตรลูกค้าตามใจชอบได้ยังไง? ตอนคุณเฉินมาที่นี่ พวกคุณก็ทำท่าทีแบบนี้เหมือนกันหรือ?”
“ฉันเป็นคนสั่งระงับเอง”
เสียงหนึ่งดังมาจากทางลิฟต์
หลินฝานหันกลับไป
หลิ่วหรูซวงสวมชุดสีอ่อน มีผู้ช่วยถือแท็บเล็ตเดินตามหลังมา
เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ แล้วเหลือบมองบัตรสีเงินใบนั้นก่อน
“จดหมายเลขบัตรไว้ ยกเลิกสิทธิ์แจ้งบัตรหายพร้อมกันด้วย จะได้ไม่เอาไปใช้รูดที่สาขาอื่นต่อ”
ผู้จัดการรับคำทันที
ท่าทีแข็งกร้าวของหวังเสี่ยวเสียอ่อนลงเล็กน้อย แต่เธอยังกำบัตรไว้ไม่ยอมปล่อย
“คุณหลิ่วคะ บัตรใบนี้คุณเฉินเป็นคนให้ฉันกับมือ คุณแน่ใจหรือคะว่าไม่ได้เข้าใจผิด?”
หลิ่วหรูซวงไม่ตอบคำถามนั้น แต่หันไปมองหลินฝานแทน
“รู้จักกันเหรอ?”
หลินฝานวางรายการบริการกลับลงบนเคาน์เตอร์
“น้องเมียผม หวังเสี่ยวเสีย ส่วนคนข้าง ๆ คือภรรยาผม”
ไหล่ของหวังเสี่ยวฮุ่ยเกร็งขึ้น
เธอมองหลิ่วหรูซวง แล้วหันมามองหลินฝาน ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพยักหน้าทักทาย
หลิ่วหรูซวงพยักหน้ารับเช่นกัน
“บัตรที่เฉินตงเซิงแจกออกไป วันนี้จะถูกระงับทั้งหมด ไม่เกี่ยวว่าพวกคุณเป็นใคร”
หวังเสี่ยวเสียอดถามต่อไม่ได้
“แล้วคุณเฉินรู้หรือเปล่าคะ?”
“รู้”
หลิ่วหรูซวงรับแฟ้มเอกสารจากผู้ช่วย แล้วยื่นให้ผู้จัดการ
“ระหว่างที่ฉันแยกกันอยู่กับเขา ฉันยื่นเรื่องไว้แล้ว เช้านี้ก็ไปรับใบหย่ามาเรียบร้อย บัญชีส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับฉัน เขาไม่มีสิทธิ์จัดการอีกต่อไป”
มือของหลินฝานที่วางอยู่ริมโต๊ะชะงัก ก่อนจะดึงกลับ
เมื่อวานเธอยังไปที่บริษัทเพื่อหาคนอยู่เลย วันนี้กลับจัดการเรื่องหย่าเสร็จแล้ว
หลิ่วหรูซวงเอ่ยอธิบายกับเขาสั้น ๆ
“จริง ๆ เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย ไม่ต้องแปลกใจหรอก”
หวังเสี่ยวเสียไม่พูดอะไรอีก
เธอก้มมองบัตรสีเงิน ลองเก็บใส่กระเป๋า แต่ขอบบัตรกลับติดซิป ต้องขยับอยู่สองครั้งกว่าจะยัดเข้าไปได้
หวังเสี่ยวฮุ่ยดึงแขนเธอไว้
“กลับกันเถอะ”
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว...”
คราวนี้หวังเสี่ยวเสียพูดเสียงเบามาก
หลิ่วหรูซวงหยิบรายการบริการที่อยู่ข้างมือหลินฝานขึ้นมา แล้วเอ่ยขึ้นทันทีว่า “บัตรของคุณมีสิทธิ์สูงสุด สามารถชำระเงินแทนคนที่มาด้วยกันได้”
หวังเสี่ยวเสียเงยหน้าขึ้นทันที
หลินฝานตอบอย่างไม่ลังเล
“วันนี้ผมทำแค่ของตัวเอง”
“หลินฝาน!”
หวังเสี่ยวเสียอดเรียกเขาไว้ไม่ได้
“พี่ฉันก็อยู่ด้วยนะ!”
หวังเสี่ยวฮุ่ยกำสายกระเป๋าแน่น
“ไม่เป็นไร ฉันจ่ายไหว”
พอพูดจบ คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่มีใครตอบอะไร
หลิ่วหรูซวงเปิดรายการบริการไปหน้าทรีตเมนต์สำหรับผู้ชาย แล้วใช้ปลายปากกาจิ้มสองรายการ
“คุณนอนดึกบ่อย เริ่มจากทำความสะอาดผิวขั้นพื้นฐานกับผ่อนคลายช่วงไหล่และคอก่อน อย่าเพิ่งเลือกทีเดียวหลายอย่าง ผิวต้องดูด้วยว่ารับไหวแค่ไหน”
หลินฝานมองรายการ
“อันนี้สองพันหกร้อย ล้างหน้าด้วยทองคำหรือไง?”
ผู้ช่วยหลุดหัวเราะออกมา ก่อนรีบก้มหน้าลง
หลิ่วหรูซวงเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“คุณจะคิดเสียว่าเป็นราคารวมค่าทำความสะอาด บำรุงผิว แล้วก็ค่าแรงพนักงานก็ได้”
“เข้าใจแล้ว หน้าไม่แพง แต่ขั้นตอนแพง”
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์กลั้นหัวเราะจนลำบาก ตอนรับรายการบริการมา เธอเม้มปากก่อนถึงค่อยพูด
“คุณหลินคะ ทางเราจัดห้องรับรองแขกชั้นสามให้ค่ะ”
หลินฝานหยิบบัตรดำออกมาอีกครั้ง แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์
คราวนี้หวังเสี่ยวฮุ่ยมองเห็นชัดเจนแล้ว
บนหน้าบัตรไม่มีตัวเลขยอดเงินคงเหลือที่มักพบเห็นกัน และไม่มีลวดลายฉูดฉาด มีเพียงตราประทับนูนกับหมายเลขชุดหนึ่ง
“บัตรใบนี้...”
เธอเพิ่งเอ่ยปาก หวังเสี่ยวเสียก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“บัตรทดลองใช้หรือเปล่า? เมื่อก่อนฉันสมัครฟิตเนสก็เคยได้เหมือนกัน”
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้น
แต่หลิ่วหรูซวงพูดขึ้นก่อน
“บัตรใบนี้มอบให้เฉพาะคนที่สำคัญกับฉันมากเท่านั้น”
สิ้นเสียง สีหน้าของหวังเสี่ยวฮุ่ยก็เปลี่ยนไป
หลินฝานเองก็มองเธอ
หลิ่วหรูซวงปิดฝาปากกา แล้วรีบเสริมว่า
“เมื่อวานเขาช่วยฉันไว้เรื่องหนึ่ง ฉันแค่ตอบแทนน้ำใจเท่านั้น”
หลินฝานไม่ได้พูดขัดเธอ รับใบยืนยันข้อมูลจากพนักงานหน้าเคาน์เตอร์มา
“เซ็นตรงนี้ใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ คุณหลิน”
หวังเสี่ยวเสียจ้องบัตรใบนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งไม่พอใจ
“ไม่มีเงินคงเหลือ ไม่มีวันหมดอายุ ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือเปล่า พี่ อย่าให้ใครเอาแผ่นพลาสติกมาหลอกเราได้สิ”
หลินฝานเซ็นชื่อเสร็จแล้วเก็บบัตร
“เธอจะศึกษาต่อก็ได้นะ”
หลิ่วหรูซวงเบี่ยงตัวหลบทางเข้าลิฟต์
“ไปกันเถอะ พนักงานรออยู่”
ประตูลิฟต์ยังปิดไม่สนิท หวังเสี่ยวเสียก็ลากพี่สาวเบียดไปถึงเคาน์เตอร์ต้อนรับแล้ว
“อธิบายให้ฉันฟังชัด ๆ เลยนะว่าบัตรใบนั้นของเขาคือบัตรอะไรกันแน่?”
คราวนี้พนักงานต้อนรับไม่อ้อมค้อมอีก
“บัตรดำทองระดับสูงสุดค่ะ ใช้บริการดูแลผิวทุกประเภทที่ไม่ใช่บริการทางการแพทย์ของร้านนี้ได้ฟรีตลอดชีพ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง”
“ทำบัตรราคาเท่าไร?”
“ซื้อไม่ได้ค่ะ มีแต่เจ้าของร้านเท่านั้นที่มอบให้ได้”
“งั้นใคร ๆ ก็เอาบัตรดำมาที่นี่ได้หรือไง?”
“เมื่อครู่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วค่ะ สิทธิ์ใช้งานในระบบเปิดให้โดยสำนักงานใหญ่ ทั้งหมายเลขบัตรและข้อมูลผู้ถือบัตรตรวจสอบได้ทั้งหมด”
ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง
สิ่งสุดท้ายที่หลินฝานได้ยินคือเสียงของลูกค้าคนหนึ่งที่กำลังรออยู่ใกล้ ๆ
“เขาขึ้นไปแล้ว ยังจะตามไปถามอีก”
“บัตรตัวเองถูกระงับ เลยคิดว่าบัตรคนอื่นก็ใช้ไม่ได้ด้วยหรือไง?”
หลิ่วหรูซวงกดปุ่มชั้นสาม
“ไม่ให้เธอใช้บัตรจริง ๆ เหรอ?”
“ทำไมผมต้องเอาเงินคุณไปใช้ เพื่อให้เธอได้หน้า?”
มือที่ถือแท็บเล็ตของเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยื่นหน้าจอให้เขา
“งั้นเพิ่มบริการผ่อนคลายหนังศีรษะให้คุณ ถือว่าฉันเลี้ยง”
ในห้องทรีตเมนต์ หลินฝานเพิ่งเอนตัวลง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หวังเสี่ยวเสีย
เขากดรับสาย โทรศัพท์ยังไม่ทันแนบหู เสียงอีกฝ่ายก็ตะโกนขึ้นมาแล้ว
“ลงมานี่เดี๋ยวนี้!”
“มีอะไร?”
“เอาบัตรมาให้พวกเรารูดหน่อย ยังไงนายก็ไม่ต้องจ่ายอยู่แล้ว อย่าขี้เหนียวนักสิ”
หลินฝานขยับหมอนให้ถอยไปด้านหลัง
“เมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าฉันเอาบัตรปลอมมาหรอกเหรอ?”
“ฉันแค่ล้อเล่นเอง! คนกันเองทั้งนั้น นายจะคิดเล็กคิดน้อยจริง ๆ เหรอ?”
“ตลกดีนะ คราวหน้าไม่ต้องเล่นอีก”
