คลื่นยักษ์ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรือเทพมังกรยังคงเคลื่อนที่ไม่หยุด
ฉู่เจาลุกขึ้น กระโดดลงน้ำแล้วว่ายไปหาซูซูซึ่งอยู่ไกลที่สุด พอไปถึงก็ใช้แขนข้างหนึ่งโอบเธอไว้ ก่อนจะว่ายไปหาเหยียนเหยียนต่อ แล้วใช้แขนอีกข้างช้อนตัวถังเหยียนขึ้นมา คนสุดท้ายคือเจียงหว่านโหรว เธอเกาะอยู่บนหลังเขา
เรือเทพมังกรยังคงเคลื่อนที่ต่อไป
ต่อให้ว่ายไปตอนนี้ก็ขึ้นเรือไม่ได้ ฉู่เจาจึงโผล่ช่วงบนของร่างพ้นผิวน้ำให้ทั้งสามได้หายใจ พร้อมกับตั้งสติไปด้วย
เจียงหว่านโหรวเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เธอมองร่างครึ่งท่อนของฉู่เจาซึ่งอยู่เหนือผิวน้ำด้วยความตกใจ ก่อนจะเอ่ยว่า
“คุณทำได้ยังไง... ลืมไปเลยว่าคุณมีพลังพิเศษ เป็นมังกรแท้ด้วย”
ถังเหยียนกอดคอฉู่เจาแน่น มองใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
จู่ ๆ ภาพตอนพบกันครั้งแรกก็ผุดขึ้นมาในหัว แก้มของเธอพลันร้อนผ่าว
ซูซูมองไปทางที่เรือลำใหญ่แล่นจากไป มือหนึ่งกดอกพลางสงบสติอารมณ์
เรือเทพมังกรหยุดลง ฉู่เจาพาทั้งสามคนกลับขึ้นเรือ
“รีบดูสิว่ามีใครบาดเจ็บหรือเปล่า”
พวกสาว ๆ ตรวจทั้งสามคนซ้ำหลายรอบจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกคนต่างมีสีหน้าโล่งอกที่รอดตายมาได้
เวินหลิงเอ๋อร์กำหมัดเล็ก ๆ แน่น “ไอ้พวกคนพื้นเมืองน่ารังเกียจ เกือบทำให้พวกเราตายกันหมด แค้นนี้ไม่มีวันจบ!”
เจียงหว่านโหรวนอนแผ่อยู่บนดาดฟ้า “โชคดีที่เป็นวันนี้ ถ้าเจอกันพรุ่งนี้ เรือเราคงพังไปแล้ว”
สวีจือเซี่ยกำหมัดทั้งสองข้างเข้าหากัน สีหน้าเคร่งขรึม “ไม่ได้แล้ว เราต้องรีบอัปเกรดเรือ ต่อไปถ้าเจอเรือแบบนี้ อย่างน้อยถึงสู้ไม่ไหวก็ยังหนีได้”
เยี่ยนเล่อเล่อลุกขึ้น “จริงด้วย มีแต่อัปเกรดเท่านั้นถึงจะมีโอกาสรอดต่อไป”
