พวกสาว ๆ ไม่คิดว่าฉู่เจาจะทอดทิ้งพวกเธอในเวลาแบบนี้ แววตาพลันหม่นแสงลง
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ พออยู่ต่อหน้าความเป็นความตาย อะไรก็ทอดทิ้งกันได้ทั้งนั้น!
เวินหลิงเอ๋อร์ร้องไห้พลางด่าว่า “กัปตันเฮงซวย แค่ไม่ได้ปรนนิบัตินายถึงเตียงเอง ถึงกับขายพวกเราในเวลาแบบนี้เลยหรือ นายมันไอ้หื่นกามจริง ๆ!”
ชายมีหนวดหัวเราะลั่น “ดี! รู้จักกาลเทศะถึงจะเป็นยอดคน ต่อจากนี้ไปนายคือพี่น้องของฉางเฉิงคนนี้!”
สิ้นเสียง ฉางเฉิงส่งสัญญาณให้ชายอ้วน ชายอ้วนเข้าใจทันที เขาเผยยิ้มเป็นมิตรแล้วเดินไปหาฉู่เจา
“ไม่ ๆ ฉันหมายถึงขอบคุณที่ฆ่าพวกมันไปหกคน ทำให้ฉันมีบาปจากการฆ่าคนน้อยลงหกส่วน”
ฉู่เจาเน้นคำว่า ‘บาปจากการฆ่าคน’ อย่างหนักแน่น พอพูดจบก็ถือจอบเหล็กพุ่งเข้าใส่ฉางเฉิง
“รนหาที่ตาย!”
ชายอ้วนที่อยู่หน้าสุดเดือดดาล เขายกมีดสั้นแล้วพุ่งเข้ามา
ปลายจอบเหล็กของฉู่เจาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในสายตาชายอ้วน วินาทีถัดมาก็แทงทะลุอกเขา
เรี่ยวแรงทั่วร่างถูกสูบหายไปในพริบตา ก่อนตายชายอ้วนเหลือบมองหน้าอกของตนอย่างไม่ยินยอม แล้วล้มลง ร่างอ้วนใหญ่กระแทกพื้นดังตุบ
ข้าวของในกระเป๋าเป้ของชายอ้วนกระเด็นออกมาเช่นกัน
“ตงต้าโหย่ง!”
ฉางเฉิงคำรามลั่น จ้องฉู่เจาด้วยดวงตาแทบถลน “พี่น้อง ฆ่ามันซะ! ผู้หญิงพวกนั้นแบ่งกันได้ทุกคน!”
“ฆ่า!”
หลายคนยังไม่ทันได้สติจากความตกตะลึง พอได้ยินคำว่า ‘ผู้หญิง’ ก็พลันเลือดลมพลุ่งพล่าน พวกเขาเปิดใช้พลังพิเศษแล้วล้อมโจมตีฉู่เจา
คนหนึ่งมีขนขึ้นทั่วตัว ฟันแหลมเหมือนหนู อีกคนมีผิวสีน้ำตาลงอกขึ้นมาปกคลุมร่าง ส่วนอีกคนโบกมือเรียกเถาวัลย์สีเขียวออกมา อีกสองคนมีพลังพิเศษสายสนับสนุน
