“พี่เฉิน อย่าชมผมอีกเลยครับ!” เย่หยางเกาหัว ยิ้มซื่อ ๆ “แค่โชคดีน่ะครับ แมวตาบอดเจอหนูตาย ฝูงปลาว่ายมาชนเบ็ดเองเลย”
“ถึงจะว่ายมาชนเบ็ดเอง แต่นั่นก็เพราะนายหาหมายได้ถูกที่นี่นา!” เฉินจื่อเฮ่าโบกมือ ก่อนกำชับอย่างจริงจัง “น้องเย่ จำไว้นะ คราวหน้าถ้าจับปลาจวดเหลืองใหญ่ธรรมชาติได้อีก ไม่ว่าจะตีสามหรือฝนตก ลมแรง ก็โทรหาพี่ก่อนเลย! ราคาก็เหมือนเดิม พี่รับรองว่าจะไม่กดราคานายแม้แต่หยวนเดียว!”
“โธ่ ประโยคนี้ผมต่างหากที่ควรเป็นคนพูด!” เย่หยางตบอกอย่างมั่นใจ “เราร่วมงานกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว พี่เฉินเป็นเสาหลักที่ผมไว้ใจที่สุด! ถ้ามีของดี ผมต้องเก็บไว้ให้พี่เป็นคนแรกแน่นอน!”
“พูดได้ถูกใจ!” เฉินจื่อเฮ่าหัวเราะเสียงดัง ก่อนตบไหล่เย่หยางอย่างแรงจนร่างเขาเซไปมา
ทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระกันต่ออีกสองสามประโยค
พูดยังไม่ทันขาดคำ เฉินจื่อเฮ่าก็เรียกพนักงานร้านอาหารให้ช่วยกันขนปลาจวดเหลืองใหญ่ราวร้อยตัวที่เปล่งประกายสีทองขึ้นรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิอย่างเป็นระเบียบ พอรถสตาร์ตติดก็พุ่งออกไปในพริบตา มุ่งหน้าเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว เมื่อปลาชุดนี้ถูกนำขึ้นโต๊ะอาหาร ป้ายร้านอาหารตระกูลเฉินคงต้องขยายให้ใหญ่ขึ้น ตัวอักษรหนาขึ้นตั้งแต่คืนนี้ เพื่อให้สะดุดตายิ่งกว่าเดิม!
……
ทันทีที่เฉินจื่อเฮ่าจากไป เย่หยางก็จัดการอาหารทะเลทั่วไปที่เหลืออย่างคล่องแคล่ว แม้จะมีมูลค่าไม่เท่าปลาจวดเหลืองใหญ่ แต่ก็เป็นปลาทะเลสด ๆ ของแท้ เนื้อแน่น ก้างน้อย แถมยังมีจำนวนมาก ขายไปขายมาก็ได้เงินเข้ากระเป๋ากว่าหมื่นหยวน
