"ได้!"
ได้ยินคำตอบของเหวินซี พี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งก็รีบเผ่นหนีราวกับถูกสุนัขไล่ ภาพขวานฟาดลงบนบานหน้าต่างยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว
เหวินซีวันนี้ดุร้ายราวกับผีร้ายที่ปีนขึ้นมาจากนรก น่ากลัวนัก
เรือนโถงสกุลซ่ง กับข้าวมื้อเช้าวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว เมื่อก่อนตอนคนสกุลซ่งกินข้าว ร่างเดิมจะขึ้นโต๊ะไม่ได้ ต้องรอให้ทุกคนกินเสร็จก่อนถึงจะได้กินเศษอาหารที่เหลือ
ตอนนี้ ไม่มีใครกล้านั่งลงก่อนสักคน ต่างพากันหดอยู่มุมหนึ่ง ใจเต้นระทึกจ้องมองประตูรอเหวินซี
เหวินซีก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่สนใจใคร ไม่แม้แต่จะกวาดสายตามองใคร นั่งลงปึกเดียวก็ยึดโต๊ะไปด้านหนึ่ง
"ไม่ได้บ้วนน้ำลายใส่กับข้าวใช่ไหม?"
เหวินซีจ้องเขม็งไปที่ลูกสะใภ้สามคนของสกุลซ่ง พร้อมสายตาดุดันชนิดที่ว่าหากมีใครกล้าทำอะไรแผลง ๆ ในกับข้าว จะบิดคอให้หัก
ก่อนหน้านี้สามพี่น้องสะใภ้คนนี้ก็ชอบรังแกร่างเดิมไม่น้อย ไม่ใช่แค่โยนงานทำอาหาร ให้อาหารไก่ กวาดบ้าน ซึ่งแต่เดิมเป็นงานของพวกนางให้ร่างเดิมทำ แม้แต่เสื้อผ้าของตัวเอง หรือแม้กระทั่งชุดชั้นในที่เปื้อนประจำเดือนก็ยังเอามาให้ร่างเดิมซัก
พูดได้ว่า ในครอบครัวนี้ไม่มีใครดีสักคน
ทั้งสามเห็นดังนั้นก็ตกใจรีบโบกมือ, "ไม่, ไม่!"
"น้องสะใภ้สาม ถ้าเจ้าไม่วางใจ ข้าตักกินให้ดูก่อนก็ได้"
พี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งกลัวจนจับชาม มือสั่นเทาตักโจ๊กจากหม้อมาหนึ่งทัพพี ไม่กล้าพูดว่าร้อน ก็กรอกเข้าปากรวดเดียว
พี่สะใภ้รองสกุลซ่งรีบหยิบขนมปังแป้งผสมหนึ่งก้อน ยัดเข้าปากคำใหญ่ สะใภ้สกุลซ่งคนที่สี่ก็คีบผักดองในจานมาหนึ่งคำ
เหวินซีจึงพอใจ ปรายตามองพี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งแวบหนึ่ง แล้วกวาดตาไปทางหม้อ
พี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งไม่เข้าใจความหมายของเหวินซี ได้แต่ยืนตัวซีด หัวใจเต้นระทึกอยู่ตรงนั้น กลัวว่าถ้าเหวินซีไม่พอใจ คนต่อไปที่ถูกตีจะเป็นนาง
"ตัวก็โตป่านนี้ ไม่รู้จักดูสีหน้าคนบ้างเลย ตักข้าวให้ข้าสิ หรือจะให้ข้าลงมือเอง?"
เสียงเย็นชาของเหวินซีดังขึ้นข้างหู พี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งถึงได้กระจ่าง, "โอ้ๆ ตักเดี๋ยวนี้"
พี่สะใภ้ใหญ่สกุลซ่งมือสั่นจับทัพพีตักในหม้อ ตักโจ๊กข้น ๆ มาหนึ่งชามยื่นให้เหวินซี
พี่สะใภ้รองสกุลซ่งเห็นดังนั้นก็หยิบขนมปังก้อนใหญ่ที่สุดวางตรงหน้าเหวินซี แถมยังเขย่งจานไข่เจียวที่มีแค่ผู้ชายกับหวังเจ้าตี้เท่านั้นที่ได้กิน มาใกล้ทางเหวินซี
คนอื่นโกรธแต่ไม่กล้าพูด กลัวว่าโวยวายไปแล้วคนถัดไปที่ถูกตีจะเป็นตัวเอง
หวังเจ้าตี้อดกลั้นจนหน้าแดงเถือก ซ่งเจวียนเจวียนแขนห้อยยิ่งไม่กล้ามองหน้าเหวินซีเลย
อาหารเช้าที่ทั้งประหลาดทั้งเงียบงัน จบลงท่ามกลางความกลัวของคนสกุลซ่ง
คนอื่น ๆ ในสกุลซ่งต่างพากันหยิบอุปกรณ์การเกษตรไปทำงานในนา ขนาดเด็ก ๆ ก็วิ่งออกไปเร็ว หวังเจ้าตี้ที่บาดเจ็บกับซ่งเจวียนเจวียนแขนห้อยก็ยังแบกตะกร้าออกไปข้างนอก ไม่กล้าอยู่ในบ้าน
คนในครอบครัวไม่เคยขยันขนาดนี้มาก่อนเลย
หลังจากทุกคนออกไปหมด เหวินซีก็ไปที่ห้องของหวังเจ้าตี้
ตอนที่ร่างเดิมมาแต่งเข้าสกุลซ่งนั้น พกเงินสดสามพันหยวน นาฬิกาโรเล็กซ์ชายหญิงสองเรือน เป็นรุ่นคลาสสิกที่ต่อมาตกรุ่นไปแล้ว
นอกจากนี้ยังมีทองคำแท่งเล็กอีกหนึ่งกล่อง มีอยู่ยี่สิบแท่ง
ของพวกนี้ล้วนเป็นสินเดิมที่พ่อแม่ร่างเดิมจัดหาให้ ถูกหวังเจ้าตี้ยึดเอาไป
ในห้องการซ่อนของมักหนีไม่พ้นช่องลับในตู้ ขุดหลุมใต้เตียง หรือช่องในกำแพงพวกนี้
เหวินซีคลำหาในห้องไปรอบหนึ่ง พบเงินปึกหนึ่งในชั้นลับลึกของตู้ และพบทองคำแท่งในช่องลับในกำแพงที่หนึ่ง
แต่พวกนาฬิกาโรเล็กซ์สองเรือนนั้น หาทั่วห้องก็ไม่เจอ
เหวินซีเดาว่าคงถูกซ่งหมิงหย่วนเอาไปที่หน่วยทหาร นาฬิกาโรเล็กซ์คลาสสิกที่ต่อมาตกรุ่นนั้นมีค่ามากอีกหลายสิบปี จะปล่อยให้ไอ้สารเลวนั่นได้ของไปเฉย ๆ ไม่ได้
นาฬิกาไม่ใช่แค่ต้องเอากลับคืน ยังต้องแจ้งว่าแต่งกับซ่งหมิงเพราะถูกหลอก มีปัญหาหนักเรื่องชีวิตส่วนตัวและจริยธรรมความคิด
เอาสินเดิมของร่างเดิมคืนมายังไม่พอ เหวินซียังกวาดห้องของหวังเจ้าตี้อีกรอบ เงินของที่หวังเจ้าตี้สะสมไว้หลายปี เตียง ตู้ กะละมัง ถ้วยชา ไม่เว้นแม้แต่อย่างเดียว ของในห้องทั้งหมดเก็บเข้ากระเป๋ามิติ
ต่อด้วยห้องของสามพี่น้องสกุลซ่งกับซ่งเจวียนเจวียน ห้องครัว โรงฟืน ที่ที่เหวินซีผ่านไปราวกับฝูงตั๊กแตน ไม่เหลือแม้แต่เศษกระดาษ
ทั้งก่อนทั้งหลังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที บ้านอิฐของสกุลซ่งเหลือแค่เปลือกเปล่า สะอาดกว่าบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ ที่ยังไม่ได้ตกแต่งอีก
ยังไม่หมดแค่นี้ เหวินซีเก็บแม้กระทั่งต้นแอปเปิลกับต้นทับทิมในลานบ้านเข้ากระเป๋ามิติ ลานบ้านเรียบ ๆ กลายเป็นมีหลุมใหญ่สองหลุมทันที
แม่ไก่สามตัว ไก่ตัวผู้สองตัว ลูกหมูสองตัวที่เลี้ยงในลานหลังก็ไม่เว้น เก็บเข้ากระเป๋ามิติทั้งหมด
นี่เพิ่งจะเดือนสาม ลานบ้านยังไม่ได้ปลูกผัก ไม่งั้นคงเก็บผักไปด้วย
ของพวกนี้ซื้อมาด้วยเงินสดจากสินเดิมของนางนะ ถึงนางจะทิ้งก็ไม่ให้ครอบครัวนี้ได้ไปเด็ดขาด!
ย้ายบ้านของสกุลซ่งหมดแล้ว เหวินซีก็ไปหาผู้ใหญ่บ้าน
ตอนนี้ยังเป็นยุคที่ออกจากหมู่บ้านไกล ๆ ต้องใช้จดหมายแนะนำ หากไม่มีจดหมายแนะนำที่ประทับตราทางการก็ไปไหนไม่ได้
ตาซ่งกับหวังเจ้าตี้ถือดีว่าตัวเองมีลูกชายเป็นรองผู้บังคับกองพันในกองทัพ ในหมู่บ้านก็ถือว่าตัวเองสูงกว่าคนอื่น ตลอดเวลาชอบดูถูกคนอื่นด้วยท่าทีก้มหน้าแหงน แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เห็นหัว
คนในครอบครัวของพวกเขาจึงไม่ค่อยมีใครชอบพอในหมู่บ้าน
การจะไปขอให้ใครทำอะไรต้องใช้เงินนำทาง เหวินซียัดบุหรี่ต้าเฉียนเหมินหนึ่งซองกับเหล้าซีเฟิ่งสองขวดให้ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้จดหมายแนะนำมาอย่างราบรื่น
เหวินซียังแอบให้เงินผู้ใหญ่บ้านอีกยี่สิบหยวน จ้างรถไถในหมู่บ้านไปส่งนางที่อำเภอเพื่อไปขึ้นรถไฟ
พอถึงตอนเที่ยงครอบครัวสกุลซ่งกลับบ้านมาเจอว่าถูกขโมยเข้าบ้าน เหวินซีก็มาถึงสถานีรถไฟที่อำเภอแล้ว
"สหาย ขอตั๋วรถไฟนอนไปหลานเฉิงวันนี้หนึ่งใบ" เหวินซียื่นจดหมายแนะนำของนางให้
พนักงานขายตั๋วแค่เหลือบตามองขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวอย่างเฉื่อยชา: "ไปหลานเฉิงมีแค่รอบสิบโมงเช้ารอบเดียว ตั๋ววันพรุ่งนี้เหลือแค่ที่นั่งแข็ง จะซื้อไหม?"
"ได้ ขอตั๋วนั่งแข็งวันพรุ่งนี้ละกัน"
เหวินซีคิดว่าขอแค่ได้ขึ้นรถไฟ ที่นั่งแข็งก็ยังดีกว่าไม่มีตั๋วเลย หุ่นเนื้อขนาดนี้นั่งแข็งก็อาจจะลดน้ำหนักได้บ้าง
พนักงานขายตั๋วถึงได้หยิบจดหมายแนะนำของเหวินซีขึ้นมา "คุณเป็นญาติทหารเหรอ?"
"ใช่ สามีของฉันเป็นทหารอยู่ที่เขตทหารตะวันตกเฉียงเหนือ"
ท่าทีของพนักงานขายตั๋วดีขึ้นมาหน่อย "ที่นั่งแข็งแปดหยวน ขึ้นรถไฟแล้วค่อยถามพนักงานบนรถว่าจะเปลี่ยนเป็นที่นอนได้ไหม"
"ขอบคุณสหาย" เหวินซียื่นเงินแปดหยวนให้
พนักงานขายตั๋วส่งทั้งจดหมายแนะนำและตั๋วให้เหวินซี แถมยังใจดีบอกนางว่ากลางคืนอยู่คนเดียวในหอพักต้องล็อคประตูหน้าต่างดี ๆ ระวังความปลอดภัยด้วย
เหวินซีขอบคุณพนักงานขายตั๋วอีกครั้งแล้วมุ่งหน้าไปหอพักใกล้สถานีรถไฟ จ่ายเงินสองหยวนเปิดห้องเดี่ยวหนึ่งห้อง
ห้องไม่ใหญ่ เตียงคู่ขนาดหนึ่งเมตรห้าสิบ เก็บได้สะอาดหมดจด ผ้าปูเตียงขาวสะอาด โต๊ะเก้าอี้ครบ แถมยังมีหน้าต่างกระจกใหญ่หนึ่งบาน ห้องสว่างสวยงาม
เหวินซีเข้ามาในห้องไม่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียง ตรงเข้าไปอาบน้ำก่อน หยิบอุปกรณ์อาบน้ำกับชุดเปลี่ยนออกมา
นั่งรถไถโยกเยกมาตลอดเช้า กระดูกแทบจะหลุดเป็นข้อ ๆ ต้องอาบน้ำชำระล้างความอ่อนเพลีย ต่อไปจะอยู่บนรถไฟอีกสองสามวัน ถ้ามีโอกาสได้อาบน้ำตอนนี้ก็ต้องทำตัวให้สะอาดสะอ้าน
กรอ่กกร๊อก…
ท้องที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเริ่มร้องประท้วง เหวินซีจับหน้าท้องย้วย ๆ ที่ซ้อนกันสองชั้นของตัวเอง ตัดสินใจไม่กิน ลดน้ำหนัก
อาบน้ำเสร็จก็รู้สึกสบายตัว เบาโหวง เหวินซีล้มตัวลงนอนหลับตา
ร่างเดิมในสกุลซ่ง เวลาหนึ่งปีต้องตื่นแต่เช้ามืด ทำงานจนมืดค่ำ การนอนไม่เคยพอ ตอนนี้ตั้งแต่บ่ายไปจนถึงเช้าพรุ่งนี้ ก็พอดีให้นางได้นอนชดเชย
พอหลับแล้วก็จะไม่รู้สึกหิว
ก่อนนอน เหวินซีครุ่นคิดเรื่องหนึ่ง ตามหลักเหตุผล ร่างเดิมในสกุลซ่งสามปี ทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า แถมยังไม่อิ่มท้อง น่าจะผอมมากสิ
ทำไมถึงยังอ้วนอยู่?
เป็นไปได้ไหมว่าร่างเดิมมีร่างกายที่แค่กินน้ำก็อ้วน?
เพราะเหนื่อยเกินไป หลับตาลงได้ไม่นานก็มีเสียงหายใจลึกยาวสม่ำเสมอในห้อง ถึงแม้ในทางเดินจะมีเสียงคนเดินหรือพูดคุย ก็ไม่ได้ทำให้เหวินซีที่หลับสนิทตื่นเลย
จากสว่างไปจนถึงมืดค่ำ ถนนหนทางที่พลุกพล่านค่อย ๆ เงียบลงท่ามกลางราตรี สถานีรถไฟที่ผู้คนเดินกันขวักไขว่ก็เหมือนเด็กที่เล่นสนุกมาทั้งวัน หมดแรง
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นดั่งสายฟ้าฟาดส่องแสงเป็นประกายในคืนอันเงียบงัน……