“ผู้ชนะอันดับหนึ่งของการแข่งขันประจำสัปดาห์ครั้งนี้คือ... เสี่ยวอวี๋!”
กลีบดอกไม้สีชมพูโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แสงไฟบนเวทีพร้อมใจกันส่องไปยังตัวเธอ
เสี่ยวอวี๋ยืนอยู่กลางเวที ประคองถ้วยรางวัลคริสตัลหนักอึ้งไว้ด้วยสองมือ ร่างทั้งร่างยังสั่นไม่หาย
พิธีกรยื่นไมโครโฟนไปตรงหน้า เธออ้าปาก แต่กลับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ผ่านไปสิบวินาทีจึงตั้งสติได้ น้ำเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อย
“ฉะ...ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ... ไม่คิดเลย...”
เธอก้มมองถ้วยรางวัลในมือ ก่อนเงยหน้ามองกล้องอีกครั้ง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาจนเป็นประกายระยิบระยับอยู่ใต้แสงไฟ
“ขอบคุณภรรยาของคุณเย่นะคะ ถ้าไม่มีพี่ วันนี้ฉันคงไม่มีแม้แต่สิทธิ์มายืนอยู่ตรงนี้ พี่เหมือนแสงสว่างที่จู่ ๆ ก็ส่องเข้ามาในโลกของฉัน แล้วดึงฉันจากมุมที่อยู่ลึกที่สุดขึ้นมาถึงตรงนี้”
เธอสะอื้น ก่อนใช้หลังมือปิดปาก กลั้นใจอยู่หลายวินาทีกว่าจะพูดต่อ
“แล้วก็ขอบคุณลูกปลาทุกคนของฉัน ที่ไม่เคยทิ้งกันไปไหนในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด”
“เมื่อก่อนฉันคิดว่าตัวเองยืนอยู่ตรงมุมห้อง คงไม่มีใครมองเห็น แต่วันนี้พวกคุณทำให้ฉันรู้ว่า... ที่แท้ฉันก็เป็นคนที่มีคนมองเห็นเหมือนกัน”
น้ำตาหยดแหมะลงบนถ้วยรางวัล เธอรีบใช้แขนเสื้อเช็ด พอเช็ดเสร็จก็ยิ้มออกมา เผยเขี้ยวเล็ก ๆ สองซี่ที่เป็นเอกลักษณ์ สีหน้าทั้งร้องไห้ทั้งยิ้มปะปนกันอย่างจริงใจจนใครก็อดเอ็นดูไม่ได้
“ฉันจะไม่ทำให้ตำแหน่งนี้ต้องผิดหวัง จะเต้นให้ดีกว่าเดิม ให้ทุกคนรู้สึกว่าเสี่ยวอวี๋คนนี้คู่ควรกับความรักค่ะ”
เธอโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง ตอนก้มลง น้ำตาหยดลงบนเวทีโดยตรง พอลุกขึ้นมา ผมหน้าม้าก็เปียกชื้นติดแก้ม ดูทั้งน่าสงสารและงดงาม
“ขอบคุณทุกคนที่เก็บฉันขึ้นมาจากมุมห้อง! ขอบคุณค่ะ!”