บทที่ 5 อย่าดูถูกคนแก่ไร้ทรัพย์!
【ปีที่ 23, อายุ 40 ปี】
【จอมยุทธ์วิถีมารผู้หนึ่งบุกเข้าอำเภอไป๋อวิ๋น เขาถือธงดำคละคลุ้งอสูร สังหารผู้คนที่พบเห็น】
【นักสู้และนายอำเภอในเมือง ต่างมิใช่คู่ต่อสู้ ถูกเขาฆ่าตายสิ้น วิญญาณถูกดูดเข้าธง】
【ผู้ปราบมารจากกรมปราบมารถูกปลุกเร้า สู้รบกับเขาหลายวัน สุดท้ายต้องสละชีพตายไปด้วยกัน จึงทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัส】
【จอมยุทธ์วิถีมารหลบหนี ระหว่างทางลงมือสังหารบุตรสาวของเจ้า ชิงเอาโลหิตแก่นแท้ของนางไปจนหมด】
【ฮูหยินเจ้าของโรงเตี๊ยมโศกเศร้าเสียใจ ล้มป่วยมิอาจลุกขึ้น สิ้นใจตายด้วยความคั่งแค้น】
【เจ้าฝังศพบุตรสาวก่อน แล้วจึงฝังศพภรรยา】
【คิดถึงบุตรสาวเพิ่งเจ็ดขวบ เมื่อไม่กี่วันก่อนยังซุกซนตะโกนเรียก “ท่านพ่อ” อีกทั้งนึกถึงสภาพอันน่าเวทนาขณะนางตาย】
【เจ้าใจแหลกสลายดุจถูกมีดกรีด ตื่นกลางดึกทุกค่ำคืน】
【แต่เจ้ายังมีบุตรชาย รู้ดีว่ายังล้มมิได้】
【ปีที่ 33, อายุ 50 ปี】
【แดนใต้บังเกิดจอมจักรพรรดินีผู้เปี่ยมพรสวรรค์ยิ่ง นางรวบรวมแว่นแคว้นใต้หล้า หลอมรวมร้อยแคว้นใต้ที่กระจัดกระจายเป็นเกลียวเชือกเดียว ตีโต้คืนสู่แผ่นดินกลาง】
【แนวรบเคลื่อนจากใต้ขึ้นเหนือ อำเภอไป๋อวิ๋นใกล้จะกลายเป็นแนวหน้า】
【บุตรชายของเจ้าตัดสินใจเดินทางสู่สนามรบ ปกป้องบ้านเกิดแคว้นตน】
【“ลูกเอ๋ย ไม่ไปได้หรือไม่ สนามรบอันตรายเกินไป…”】
【“ท่านพ่อ หากแว่นแคว้นมิอาจดำรงอยู่ ครอบครัวจักทำสิ่งใด! ท่านชอบกล่าวต่อผู้อื่นตั้งแต่ข้าน้อยว่า ‘เฉินตงบุตรข้า อนาคตต้องโดดเด่น’ ถึงเวลาข้าสร้างผลงานสร้างชื่อเสียที!”】
【เจ้าส่งบุตรออกจากเมือง มองเขาจากไปไกล】
【ชั่วขณะนี้ เจ้าดูแก่ชราลงมากในทันใด】
【ปีที่ 35, อายุ 52 ปี】
【เจ้าได้รับอัฐิและจดหมายลาของบุตร】
【สองปีแห่งความกังวลหวาดผวา สุดท้ายได้พบผลลัพธ์เช่นนี้】
【เจ้าฝังเขาไว้เคียงข้างมารดาและน้องสาว】
【เจ้านั่งหน้าหลุมศพอย่างเฉยชาสามเดือน ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ】
【ปีที่ 37, อายุ 54 ปี】
【ราชวงศ์ต้าฉานแพ้สงครามต่อเนื่อง อำเภอไป๋อวิ๋นถูกจอมจักรพรรดินียึดครอง กลายเป็นที่มั่นของพันธมิตรร้อยแคว้นใต้】
【โจรผ่านดั่งหวี ทหารผ่านดั่งซี่หวี】
【ทัพใหญ่ใต้หล้าผ่านอำเภอไป๋อวิ๋น บุกเค้นเร่งเงินทองเสบียงจากทุกครัวเรือน】
【กล่าวว่ายืม ทว่าใครๆ ล้วนรู้ มียืมไม่มีการคืน】
【โรงเตี๊ยมของเจ้ามิอาจรอดพ้น เงินทองที่เห็นได้ภายนอกเกือบถูกขนเกลี้ยง】
【โชคดีฮูหยินเจ้าของโรงเตี๊ยมเคยบอกเจ้า ว่าใต้ต้นไม้เก่าในบ้าน นางยังซ่อนเงินไว้บ้าง】
【เจ้าใช้อย่างระมัดระวัง พอประทังวัน】
【อำเภอไป๋อวิ๋นผจญภัยพิบัติครั้งนี้ ทุกคนล้วนกลายเป็นคนจนแร้นแค้น กิจการโรงเตี๊ยมนับวันยากลำบากยิ่งขึ้น】
【ปีที่ 40, อายุ 57 ปี】
【เสือปิศาจตนหนึ่งพุ่งออกจากป่าเขาบุกอำเภอไป๋อวิ๋น ก่อความโกลาหล】
【กรมปราบมารยกพลออกเต็มกำลัง สู้ตายกับมันในอำเภอ】
【เสือปิศาจถูกสังหารหรือไม่เจ้าไม่ชัดเจน แต่ระหว่างต่อสู้กับคนของกรมปราบมาร มันพังโรงเตี๊ยมสามชั้นของเจ้าพินาศเยิน】
【นี่เป็นทรัพย์สินถาวรสำคัญที่สุดของเจ้า ถูกทำลายเช่นนี้ เจ้าต้องการคำอธิบาย】
【เจ้าไปเรียกร้องค่าชดใช้จากกรมปราบมาร กลับถูกไล่ตะเพิดออกมา】
【เจ้ามองซากโรงเตี๊ยม หัวเราะเยาะตน】
【มิรู้หัวเราะความไร้เดียงสาของตน หรือหัวเราะโลกยุคนี้】
【เงินเก็บในมือเหลือน้อย มิอาจสร้างโรงเตี๊ยมใหม่ได้】
【เจ้าให้พ่อครัว เสี่ยวเอ้อ และบ่าว ออกจากงาน】
【หลายปีนี้เจ้าเลี้ยงดูพวกเขาดุจคนในครอบครัว เมื่อจากไปพวกเขาเพียงรับค่าจ้างควรได้ มิรับเงินปลด】
【เจ้าเลือกจากอำเภอไป๋อวิ๋น นอกเมืองข้างสุสานตระกูลหนึ่ง สร้างกระท่อมมุงหลังคาหญ้า พักอาศัยนับแต่นั้น】
【ปีที่ 42, อายุ 59 ปี】
【กำลังสุ่มดึงศัพท์เฉพาะ…】
ศัพท์เฉพาะปีนี้ยังไร้ประโยชน์เช่นเคย
ทว่าเฉินอี้นำ “แก่ยิ่งโชคดี” สวมใส่แทน
“อีกไม่นานก็หกสิบปีแล้ว ‘ข้า’ ชีวิตนี้ทุกข์ทรมาณนัก รักษาไว้ อย่าพังทลาย! รุ่งสางแห่งชัยชนะอาจอยู่ในวันพรุ่ง!”
มนุษย์ธรรมดาในโลกนี้จะอยู่รอดยากเพียงใด เห็นได้จากตรงนี้
นี่ยิ่งทำให้เฉินอี้แน่วแน่ในจิตใจแห่งวิถียุทธ์
【นอกเมืองข้างกระท่อมหญ้า】
【เจ้าเริ่มทำงานแต่ย่ำรุ่ง ไถนาปลูกผัก】
【หลังอาทิตย์ลับฟ้า ร่วมสนทนากับครอบครัว แล้วหลับใหลใต้แสงจันทร์】
【แม้เดียวดาย แต่เจ้ากลับพบความสงบงามชั่วครู่】
【ปีที่ 43, อายุ 60 ปี】
【เริ่มต้นดึงศัพท์เฉพาะ…】
【กระตุ้นการันตีของ「แก่ยิ่งโชคดี」!】
【ดึงสำเร็จ!】
【「รากกระดูกขั้นต่ำ」(เขียว): ได้รับรากกระดูกขั้นต่ำ เจ้าหนุ่มเอ๋ย เมื่อมีศัพท์เฉพาะนี้แล้ว เจ้าก็สามารถพลิกฟื้นจากขยะไร้ค่า!】
【จะปรับเปลี่ยนศัพท์เฉพาะหรือไม่?】
【ใช่/ไม่】
เฉินอี้มือทั้งสองลูบผ่านศีรษะ ราวกับซุนหงอคงใน “ไสยเวทย์กำราบปิศาจแห่งประจิม” ที่หลอกลวงพระถังได้สำเร็จ
“ในที่สุด…”
บางทีอาจเป็นเพราะตนในจินตภาพทุกข์โศกเกินไป แม้แต่ระบบยังทนดูมิได้ สุดท้ายประทานศัพท์เฉพาะที่เขาต้องการมากที่สุด!
【เจ้าใช้「รากกระดูกขั้นต่ำ」แทนที่「แก่ยิ่งโชคดี」แล้ว】
(เห็นนักอ่านหลายท่านบอกไม่เข้าใจ คิดว่าศัพท์เฉพาะที่ถูกแทนที่จะหายไป มันไม่หายไปหรอกนะ!)
(สังเกตแผงด้านหน้า ที่เรียกว่าศัพท์เฉพาะสวมใส่แล้ว กับที่เรียกว่าคลังศัพท์เฉพาะ ศัพท์เฉพาะที่สวมใส่มีข้อจำกัดจำนวน ดังนั้นบ่อยครั้งต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ ภายหลังช่องขอบเขตจะเพิ่มขึ้น)
(ในโลกจริง ตัวละครเอกสามารถเปลี่ยนศัพท์เฉพาะตามอำเภอใจ แต่ในจินตภาพหนึ่งปีมีโอกาสเพียงครั้งเดียว คือตอนดึงศัพท์เฉพาะ)
【จิตใจของเจ้าที่สงบเงียบมานานเพราะจากไปของคนในครอบครัว บัดนี้พลันเต้นระรัวขึ้นมา】
【เจ้ามิได้ลืมพันธกิจของจินตภาพครั้งนี้】
【เจ้านำเงินเก็บทั้งหมด มาที่สำนักยุทธ์อสนีคะนองในอำเภอ】
【ครูฝึกสำนักหนิวต้าตั้นสวมชุดฝึกยุทธ์ มือไพล่หลัง มองเจ้าอย่างขบขัน】
【“ท่านลุง อย่าล้อเล่นเลย อายุหกสิบปีเรียนวิถียุทธ์อะไรกัน”】
【“หกสิบปี! ช่างเป็นวัยแห่งการดิ้นรน!”】
【เจ้าเทก้อนเงินลงตรงหน้าประตูสำนัก】
【“ข้าจ่ายเงิน พวกเจ้าสอนไปก็พอ ส่วนเรียนได้หรือไม่นั่นเป็นเรื่องของข้า!”】
【การรับศิษย์ที่อายุเป็นพ่อตัวเองได้มาเป็นศิษย์ นับเป็นความท้าทายใหญ่หลวงสำหรับหนิวต้าตั้นเช่นกัน】
【ทว่า เจ้าให้มันมากเกินไปจริงๆ】
【“วิถียุทธ์ ก็คือบ่มเพาะสามปราณ! ปราณโลหิต! ปราณวิญญาณ! ปราณแก่นแท้! ดั่งคำว่า กินข้าวต้องคำละคำ สามปราณก็ฝึกทีละปราณ! เริ่มต้นต้องฝึกฝนวิชาเปลือกนอก การฝึกวิชาเปลือกนอกสามารถยกปราณโลหิตได้ ปราณโลหิตยิ่งแรง พลัง ความเร็ว และร่างเนื้อของเจ้าก็จะเพิ่มตาม! กว่าเจ้าจะสัมผัสได้ถึงกระแสอุ่นในตันเถียน นั่นคือปราณโลหิตของเจ้าเกินขีดจำกัดมนุษย์ทั่วไป สามารถเก็บสะสมในตันเถียนได้แล้ว ผู้ไม่รู้ความมักเรียกกระแสอุ่นนี้ว่าพลังภายใน แต่นักยุทธ์อย่างเราต้องรู้ มันคือปราณโลหิตที่แข็งแกร่งพอจะควบคุมได้! นี่คือขอบเขตแรกของวิถียุทธ์ ขอบเขตหลอมกาย! ขอบเขตหลอมกายมีเก้าขั้น แต่ละขั้นต้องเพิ่มปราณโลหิตเป็นทวีคูณจึงทะลวงได้…”】
มองดูตนในจินตภาพ ตามอาจารย์สำนักยุทธ์เรียนรู้วิถียุทธ์ ดวงตาเฉินอี้พลันปรากฏความปรารถนาในความรู้
มิเป็นไร
อีกครู่จบจินตภาพ ความทรงจำเหล่านี้เขาจะสืบทอดทั้งหมด
“อายุหกสิบปีเพิ่งเริ่มฝึก น่าจะคิดว่า ‘ข้า’ ก็คงพัฒนาขอบเขตได้ไม่มาก อย่างไรก็ตาม ได้ศัพท์เฉพาะรากกระดูกแล้ว จินตภาพครั้งหน้าก็สะดวกแล้ว!”
【ปีที่ 43, อายุ 61 ปี】
【บ่มเพาะหนึ่งปี มิได้ก้าวหน้าแม้แต่น้อย】
【หนิวต้าตั้นเกลี้ยกล่อมเจ้า】
【“ท่านลุงเฉิน ช่างเถิด ร่างกายแก่เฒ่าสูญเสียปราณโลหิตรุนแรง ที่ไหนมีเหตุผลมาเรียนวิถียุทธ์?”】
【พี่น้องในสำนักยุทธ์ รวมถึงคนรู้จักในอำเภอ ต่างซุบซิบนินทาลับหลัง】
【พวกเขากล่าวว่าเจ้าเพ้อฝัน แก่แล้วยังไม่อยู่สงบ】
【เจ้ามิเคยใส่ใจวาจานอกลู่ของคนอื่น มุ่งมั่นค้นคว้าทดลอง】
【“อย่าดูถูกคนแก่ไร้ทรัพย์! ข้าเฉินตงต้องก้าวเข้าสู่วิถียุทธ์ให้จงได้!”】