ตลอดสองวันสุดสัปดาห์ เวินม่านเยวี่ยแทบจะอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน ยกเว้นคืนวันอาทิตย์ที่เธอชวนฟู่เจิ้งกับฟู่อันเฉินออกไปกินข้าวด้วยกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่อันเฉินได้กินข้าวนอกบ้านกับฟู่เจิ้ง
เมื่อมองฟู่เจิ้งที่กำลังขับรถกับเวินม่านเยวี่ยที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ฟู่อันเฉินก็อดคิดไม่ได้ว่า พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน คนที่มีความสุขที่สุดกลับเป็นเขาเอง
“พักผ่อนเร็วหน่อย พรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียน”
ก่อนจะแยกกันขึ้นห้อง เวินม่านเยวี่ยเอ่ยกำชับฟู่อันเฉินเสียงเบา
ฟู่อันเฉินยิ้มบาง ๆ ก่อนพยักหน้าตอบ “ครับ”
……
วันรุ่งขึ้น
เวินม่านเยวี่ยยังคงเข้าโรงเรียนพร้อมกับฟู่อันเฉินเหมือนเดิม ทุกคนเห็นจนชินตาแล้ว แต่ข่าวลือเหล่านั้นก็ยังคงอยู่
“ผมไปห้องเรียนก่อนนะครับ แม่”
เวินม่านเยวี่ยยกมือขึ้นลูบผมนุ่มฟูของเขา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ไปเถอะ”
“ครับ”
ฟู่อันเฉินเดินเข้าห้องเรียนด้วยอารมณ์ดี พอเพิ่งนั่งลง ซูหร่วนก็เข้ามาหา
“ฟู่อันเฉิน เอ่อ ช่วยอธิบายข้อนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
เธอหยิบข้อสอบกลางภาคเมื่อหลายวันก่อนออกมา มองฟู่อันเฉินด้วยสีหน้าอ้อนวอน
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟู่อันเฉินที่เดิมทีคิดจะปฏิเสธก็นึกถึงตอนที่เธอเคยปกป้องและเชื่อใจเขาขึ้นมา คำปฏิเสธที่จ่ออยู่ริมฝีปากถูกกลืนลงไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำพูดอีกอย่าง
“ได้สิ”
ซูหร่วนใจเต้นวูบ รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เห็นไหมล่ะ สิ่งที่เธอคิดไว้ก่อนหน้านี้ไม่ผิดจริง ๆ
