เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เวินม่านเยวี่ยก็เก็บคอมพิวเตอร์ของตัวเอง รวมถึงเอกสารบางส่วนที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะให้เรียบร้อย
พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เธอก็ลุกขึ้นทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เตรียมตัวกลับ
ทว่าในจังหวะที่เธอเปิดประตูห้องพักครู เงาร่างหนึ่งกลับยืนอยู่ตรงหน้าประตู
แม้ฟู่อันเฉินจะอายุเพียง 17 ปี แต่ส่วนสูงก็เกือบ 185 เซนติเมตรแล้ว มีเพียงใบหน้าที่ยังเจือความอ่อนเยาว์อยู่บ้าง
“มีอะไรเหรอ?”
เมื่อเห็นเขา สีหน้าเฉยชาของเวินม่านเยวี่ยก็ผ่อนคลายลงทันที เธอถามด้วยความสงสัย
ฟู่อันเฉินมองเธออย่างกระอักกระอ่วน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามเสียงเบา “พ่อผม...ไม่ได้ทำให้คุณลำบากใจใช่ไหม?”
ฟู่อันเฉินยังจำคำพูดที่อาจารย์ตรงหน้าพูดออกมาได้อย่างไม่กลัวตาย ตอนที่เขาออกจากห้องพักครู
แน่นอนว่าอย่างไรอาจารย์คนนี้ก็ทำไปเพื่อเขา ตอนนี้เขาแวะมาถามไถ่สักหน่อยก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ฟู่อันเฉินพยักหน้ากับตัวเองในใจ พลางนึกถึงเนื้อเพลงท่อนหนึ่งขึ้นมา: เธอมักใจอ่อนเกินไป...ใจอ่อนเกินไป
เวินม่านเยวี่ยแปลกใจอยู่บ้าง ที่เด็กคนนี้มาหาเธอเพราะเป็นห่วงงั้นเหรอ? ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ
“ไม่มีอะไร ถึงพ่อของนักเรียนฟู่จะคุยด้วยยากไปหน่อย แต่ก็ยังฟังอาจารย์พูดจนจบ”
พูดจบ เธอก็ไม่สนใจสีหน้าตกตะลึงของฟู่อันเฉิน แล้วเอ่ยต่อว่า
“นักเรียนฟู่ อาจารย์เพิ่งตรวจข้อสอบทั้งหมดของเธอ จริง ๆ แล้วเธอเป็นเด็กฉลาดนะ ต่อไปตั้งใจเรียนในห้องให้มากขึ้น เอาใจใส่กับการเรียนให้ดี”