หลังจ่ายยาให้หลิ่วฉางหมิงสามเทียบ เซี่ยชิงเหยี่ยนก็พาหนิงม่านเยวี่ยจากไป
“ท่านประมุขหุบเขา! เมื่อวานหลินโจวกับคนอื่น ๆ ไปเก็บสมุนไพรหลายต้นที่หน้าผาต้วนซานกลับมา แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร ขอท่านช่วยไปดูและวินิจฉัยสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?”
ศิษย์ที่เฝ้าอยู่ในโถงใหญ่เมื่อครู่ตามออกมา หลังพูดจบก็เหลือบมองหนิงม่านเยวี่ยที่อยู่ข้างเซี่ยชิงเหยี่ยน
แปลกจริง แปลกจริง คุณหนูผู้นี้ยังไม่จากหุบเขากุยอวิ๋นไปอีกหรือ
เซี่ยชิงเหยี่ยนพยักหน้า ก่อนหันไปถามหนิงม่านเยวี่ยว่า
“จะไปกับข้าหรือไม่?”
“ชิงเหยี่ยนไปเถอะ ข้าจะเดินเล่นในหุบเขากุยอวิ๋นสักหน่อย”
“ได้ เช่นนั้นรอข้าที่ทางขึ้นเขาสักครู่ก็พอ”
“อื้ม”
เมื่อมองแผ่นหลังของเซี่ยชิงเหยี่ยนที่เดินจากไป หนิงม่านเยวี่ยก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้ม ก่อนหันกายมุ่งหน้าไปทางประตูหุบเขากุยอวิ๋น
เป็นไปตามคาด หลิ่วฉางหมิงซึ่งควรจะจากไปแล้วกำลังเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่ตรงประตูหุบเขา
เขากำลังคิดว่าจะให้คนไปเชิญหนิงม่านเยวี่ยมาหรือไม่
จะปล่อยให้เขาจากไปเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ยังต้องกลับไปชี้แจงกับองค์รัชทายาท
แต่สายตาของคุณหนูหนิงเมื่อครู่นี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าองค์รัชทายาทเสียอีก
ขณะที่หลิ่วฉางหมิงกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เสียงใสไพเราะเสียงหนึ่งก็ดังเข้าหู
“ท่านเจ้าเมืองหลิ่ว”
หลิ่วฉางหมิงตาเป็นประกาย รีบหันกลับไปทันที
“คุณหนูหนิง!”
หนิงม่านเยวี่ยขมวดคิ้ว ก้าวเข้ามาสั่งเสียงเย็น
“เบาเสียงหน่อย ไปคุยกันด้านข้าง”
พูดจบ นางก็เดินนำไปหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
หลิ่วฉางหมิงยิ้มเจื่อน ๆ แล้วรีบเดินตามไป ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจเขาถึงรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีอยู่ตลอด