เดิมทีในศาลามีเพียงสองคน บัดนี้กลับกลายเป็นสามคน
สายตาพิจารณาของหนิงหย่วนซานจับจ้องไปยังเซี่ยชิงเหยี่ยน เขาค่อนข้างประหลาดใจ ชายคนนี้ช่วยชีวิตลูกสาวของตนไว้ก็จริง แต่ลูกสาวกลับชอบเขาเข้าเสียแล้ว
ไม่สิ ตอนนี้เรียกว่าทั้งสองมีใจให้กันต่างหาก
หน้าตาของชายคนนี้ก็ดูไม่เลว เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่ถ่อมตนจนเกินไปและไม่หยิ่งผยอง ทั้งยังรู้จักมารยาท นับว่าเหมาะสมกับลูกสาวของเขาอยู่
แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคืออายุมากกว่าไปสักหน่อย แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร ขอเพียงลูกสาวยอมรับก็พอ
“ในเมื่อพวกเธอมีใจให้กัน แล้วคิดจะมาสู่ขอเมื่อไรล่ะ?”
หนิงหย่วนซานทำหน้าขรึม การออกรบเข่นฆ่ามาตลอดหลายปีทำให้เขาดูน่าเกรงขามแม้ไม่ต้องแสดงท่าทีโกรธ ขณะเดียวกันบรรยากาศรอบตัวก็ชวนให้รู้สึกกดดัน
เซี่ยชิงเหยี่ยนไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย ในใจกลับแอบยินดีอยู่ลึก ๆ คำพูดของแม่ทัพหนิงไม่ได้หมายความว่าเขายอมให้ตนมาสู่ขอเยวี่ยเยวี่ยแล้วหรอกหรือ
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“แม่ทัพหนิง รบกวนให้คนไปส่งผมกลับไปเตรียมตัวหน่อย พรุ่งนี้ผมจะมา”
“ได้ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะรอ!
ตอนนี้กลับไปได้แล้ว”
“...”
ปลายนิ้วของเซี่ยชิงเหยี่ยนสั่นระริก
เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ควรอยู่รบกวนพ่อลูกให้ได้อยู่พร้อมหน้ากัน แต่ก็อดรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่ได้
“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน”
ตอนลุกขึ้น เขามองหนิงม่านเยวี่ย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบาอย่างอ่อนโยน
“รอผมนะ”
หนิงม่านเยวี่ยพยักหน้า
“ได้”
เซี่ยชิงเหยี่ยนจากไปแล้ว หนิงม่านเยวี่ยมองตามแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา
