เจียงหนานฟังหวงหย่งหาวเล่าจบ ก็รู้ว่าทางฝ่ายธุรกิจอยากนัดเธอไปคุยเรื่องเซ็นสัญญาอีกครั้ง ทั้งยังจัดงานเลี้ยงไว้ให้โดยเฉพาะ
เจียงหนานคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรให้คุยกันอีกแล้ว ท่าทีของเธอชัดเจนมาก และไม่มีทางเปลี่ยนใจ
ไม่จำเป็นต้องไปกินข้าวมื้อนี้เลยสักนิด
ถ้าหวงหย่งหาวไม่มาหา เธอคงปฏิเสธไปทันที
แต่พอได้ยินหวงหย่งหาวบอกว่าคนจากฝ่ายธุรกิจนัดหลัวเฉิงไปด้วย เขาเองก็จะไปเช่นกัน
เธอก็เริ่มลำบากใจขึ้นมา
ก่อนหน้านี้เธอฝากหวงหย่งหาวสืบข่าวให้ อีกฝ่ายก็ไปขอความช่วยเหลือจากหลัวเฉิงต่ออีกทอด
จะไม่ไว้หน้าคนอื่นก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องให้เกียรติหวงหย่งหาวกับหลัวเฉิง
ไปก็ไป จะได้พูดให้ชัดเจน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่น เป็นการตัดสินใจของเธอเอง
จะได้ไม่ทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ถึงตอนเย็นหวงหย่งหาวจะอยู่ด้วย แต่การไปงานเลี้ยงคนเดียวในสถานที่แปลกหน้า ก็ยังทำให้เจียงหนานกังวลอยู่บ้าง
เธอนึกถึงคำพูดที่ราชาแอบอู้เคยบอกไว้ว่า ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาเขา เขาทำงานไปทั่ว เลยรู้จักคนมากหน่อย
เจียงหนานคิดว่า รู้จักคนมากก็คงไม่ช่วยอะไร อย่างน้อยเขาน่าจะรู้จักร้านอาหารมากกว่าเธอ
เจียงหนานจึงอยากถามว่าเขาคุ้นกับร้านที่พวกเธอจะไปคืนนี้ไหม เป็นร้านที่ไว้ใจได้หรือเปล่า
เพราะเธอหาในอินเทอร์เน็ตไม่เจอ
เจียงหนานรู้สึกแปลกใจ เมืองซ่างจิงมีร้านอาหารที่หาไม่เจอในอินเทอร์เน็ตเยอะขนาดนี้ได้ยังไง เธออยู่เมืองซ่างจิงมาตั้งหลายปี แต่กลับไม่เคยรู้เลย
ราชาแอบอู้ฟังเธอเล่าจบก็หัวเราะแซว “กินข้าวทั้งที ยังต้องตรวจสอบประวัติด้วยเหรอ คืนนี้ไปกินกับใคร ถึงได้ระวังตัวขนาดนี้”
