ตอนกลางคืน เจียงหนานโทรหาหานเจิ้งกัง “เสี่ยวหาน พรุ่งนี้ตั้งแต่เที่ยงถึงตอนกลางคืนว่างไหม?”
ตอนหานเจิ้งกังได้รับสายจากเจียงหนาน เขาประหลาดใจมาก หัวใจเต้นเร็วขึ้น
“คุณเจียง พรุ่งนี้ผมว่างครับ ผมจะไปช่วยตอนเที่ยง”
ถึงเจียงหนานจะไม่โทรหา เขาก็ตั้งใจว่าจะไปช่วยอยู่แล้ว
เขาดูไลฟ์สดของเจียงหนานในช่วงสองวันนี้ทุกครั้ง ต่อให้ยุ่งจนไม่มีเวลาดูโทรศัพท์ ก็ยังใส่หูฟังฟังไลฟ์ของเธอ
เจียงหนานตอบรับ “ต้องให้ช่วยจริง ๆ นายมาช่วยแพ็กของกับจัดส่งนะ ของที่สั่งก่อนห้าโมงเย็น ฉันอยากให้ส่งออกไปได้ทั้งหมดภายในพรุ่งนี้”
หานเจิ้งกังชะงักไป หลายวินาทีทีเดียวกว่าจะพูด
เจียงหนานรู้สึกแปลกใจจึงถาม “เป็นอะไรไป มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“เปล่าครับ คุณเจียง พรุ่งนี้มีออร์เดอร์เยอะขนาดนี้ คุณยังไม่ถามราคาผมเลย ก็ตัดสินใจให้ผมจัดการแล้วเหรอครับ?”
เจียงหนานหัวเราะ “นายจะไม่ให้ราคาต่ำที่สุดกับฉันหรือไง? ไม่มีทางหรอกมั้ง”
เจียงหนานเชื่อใจหานเจิ้งกัง ต่อให้เขาไม่พูด เธอก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเอาเปรียบเธอ
คนร่วมงานแบบนี้ทำให้สบายใจได้จริง ๆ
หานเจิ้งกังรีบอธิบาย
“คุณเจียง ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ ผมจะเสนอราคาต่ำที่สุดเท่าที่ขออนุมัติได้ให้คุณแน่นอน”
“แต่พัสดุของพรุ่งนี้ คุณน่าจะส่งกับบริษัทอื่นดีกว่าครับ จุดแข็งของบริษัทส่งพัสดุเฟยฉือคือความรวดเร็วกับการบริการ ราคาพัสดุชิ้นเล็กก็พอ ๆ กับเจ้าอื่น แต่ของสดอย่างข้าวโพด ราคาของเราสูงกว่าบริษัทขนส่งอื่น”
“คุณมีข้าวโพดตั้ง 10,000 ชั่ง ส่วนต่างค่าขนส่งไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยครับ”
หานเจิ้งกังกำลังคิดถึงผลประโยชน์ของเจียงหนานจริง ๆ
เจียงหนานหัวเราะ บางทีคงมีแค่หานเจิ้งกังที่ผลักธุรกิจซึ่งมาถึงหน้าประตูออกไปให้คนอื่น
เธอบอกเขา “ไม่เป็นไร นายช่วยขอราคาต่ำที่สุดให้ฉันได้เท่าไรก็เท่านั้น ฉันจะส่งกับนาย”
“ข้าวโพดดี ๆ ก็ต้องคู่กับบริการส่งของดี ๆ ฉันไม่อยากให้บริษัทส่งของมั่ว ๆ มาจัดการ”
“แค่ตอนนี้ฉันต้องแข่งกับเวลา เพื่อส่งของที่สดที่สุดถึงมือลูกค้า แล้วก็หวังว่าบริษัทเฟยฉือของนายจะส่งได้ไวสมชื่อ รักษาเวลาให้ได้ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ”
