เจียงหนานกดเปิดภารกิจที่ทำสำเร็จแล้ว ก่อนจะหาเจอสบู่ทำมือที่ได้รับมาก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดเลยว่าสินค้าจะกลับมาวางขายอีกครั้ง จึงไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด
พอมาดูตอนนี้ สินค้าที่ทำภารกิจสำเร็จแล้วสามารถนำกลับมาขายได้จริง แต่รูปแบบไม่เหมือนตอนปล่อยภารกิจ
อย่างสบู่ทำมือนี่ ตอนปล่อยภารกิจ แค่ขายสะสมให้ได้ 20 ก้อนก็ถือว่าทำภารกิจสำเร็จ และได้รับโบนัส 500 หยวน
แต่ตอนนี้ไม่มีรูปแบบภารกิจแล้ว เปลี่ยนเป็นรูปแบบการขายแทน
【รูปแบบการขาย: เมื่อขายสบู่ทำมือได้แล้ว เจ้าของระบบจะได้รับค่าคอมมิชชัน 5% จากยอดขาย】
เจียงหนานดูแล้วพบว่า ตอนนี้สามารถขอสินค้าไปขายได้ 50 ชิ้น
ระบบตั้งราคาสบู่ทำมือไว้ชิ้นละ 15 หยวน ถ้าขายได้ 50 ชิ้น ยอดขายรวมก็จะเป็น 750 หยวน
ดังนั้นเจียงหนานจะได้ค่าคอมมิชชัน 5% เป็นเงิน 37.5 หยวน
เจียงหนานเกาหัว ถึงยังไงทำภารกิจก็คุ้มกว่า ตอนทำภารกิจขายแค่ 20 ชิ้นก็ได้เงิน 500 หยวน แต่พอเป็นรูปแบบการขายกลับได้ค่าคอมมิชชันนิดเดียว
แต่ไม่รับก็ไม่มีทางเลือก
ภารกิจแต่ละอย่างทำได้แค่ครั้งเดียว ตอนนี้ค่าคอมมิชชันจะน้อยไปหน่อยก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุน
สินค้า 50 ชิ้นนี้ระบบให้เธอมาก่อน ไม่ต้องควักเงินสักหยวน พอขายหมดแล้วระบบจะคำนวณค่าคอมมิชชันให้โดยอัตโนมัติ
เจียงหนานคิดว่าไม่มีอะไรต้องลังเล รับมาขายไปด้วยก็แล้วกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลูกค้ารอซื้ออยู่ด้วย
หลังจากยื่นขอรับสบู่ทำมือ 50 ก้อนเสร็จพอดี ซ่งเฟยเฟยน้องชายลูกพี่ลูกน้องของเธอก็ส่งข้อความมา
ซ่งเฟยเฟย:【พี่ เลิกไลฟ์แล้วเหรอ ผมยุ่งมากเลยไม่ได้เข้ามาดู】
เจียงหนาน:【ไม่เป็นไร พรุ่งนี้สองทุ่มฉันไลฟ์ต่อ ลองถามเพื่อนร่วมงานที่สั่งของวันนี้ดูว่ามีใครไม่อยากเก็บไว้ไหม ฉันโอนเงินให้ แล้วนายคืนให้เขา】
ก็เหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ
ซ่งเฟยเฟย:【ไม่มีหรอกพี่ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องห่วง วันนี้ยังมีเพื่อนอีกสองสามคนที่ไม่ทันกดสั่ง พรุ่งนี้ผมจะเรียกพวกเขาให้มาสั่งนะพี่ ผมใกล้ถึงบ้านแล้ว พี่รีบพักผ่อนเถอะ】
เจียงหนาน:【ได้ เดินทางระวังด้วยล่ะ】
เจียงหนานดับหน้าจอโทรศัพท์ ปิดไฟ แล้วมุดเข้าไปในผ้าห่ม ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัว
ซ่งเฟยเฟยเป็นลูกชายของน้าชาย ทั้งคู่ห่างกันแค่ปีเดียว เพราะเจียงหนานเก่งมาก วัยเด็กของซ่งเฟยเฟยจึงเหมือนถูกเงาของนักเรียนเก่งอย่างเธอปกคลุมอยู่ตลอด
แต่ซ่งเฟยเฟยไม่เคยโกรธที่ทุกคนเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเจียงหนาน กลับมองเธอเป็นไอดอลด้วยซ้ำ เขาคิดว่าเจียงหนานทำอะไรก็ดีไปหมด
อย่างตอนที่เจียงหนานไปต่อไม่ไหวในเมือง จึงกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อไลฟ์ขายของ ทุกคนต่างพูดว่าเธอคงไปไม่รอด มีแค่ซ่งเฟยเฟยที่สนับสนุนเธอเต็มที่ พอรู้ว่าเจียงหนานอยากหาคนช่วยปั่นยอดสั่งซื้อ เขาก็ช่วยทันทีโดยไม่ถามสักคำ
เจียงหนานรู้ว่าคนที่ซ่งเฟยเฟยหามาช่วยปั่นยอดไม่ได้เก็บของไว้ทุกคน เขาเป็นคนคืนเงินให้พวกนั้นเอง แต่ไม่เคยเล่าให้เธอฟังเลย
เงินอาจไม่มาก แต่สิ่งที่เขาทำมีน้ำใจ เจียงหนานจำบุญคุณของซ่งเฟยเฟยไว้ ตั้งใจว่าตอนเขาแต่งงานจะใส่ซองให้ก้อนโต ส่วนเรื่องอื่นเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก
เช้าวันต่อมา เจียงหนานไปช่วยงานเบา ๆ ในแปลงผักที่บ้าน ส่วนงานหนักคนในบ้านไม่ยอมให้เธอทำ
พอตกบ่าย เธอก็เริ่มแพ็กพัสดุอยู่ที่บ้าน
เมื่อวานมีออร์เดอร์ 13 รายการ แต่ 6 รายการเป็นของ ‘ตุ๊กตาไม่ขี้เกียจ’ อีก 4 รายการเป็นของซ่งเฟยเฟย และอีก 3 รายการเป็นออร์เดอร์แยกกัน รวมแล้วจึงมีพัสดุทั้งหมด 5 กล่อง
เจียงหนานกรอกข้อมูลและกดเรียกให้มารับพัสดุทางออนไลน์เสร็จแล้ว ก็รอพนักงานขนส่งมารับของถึงบ้าน
แต่รอจนบ่ายห้าโมงกว่า พนักงานก็ยังไม่มา
ก่อนหน้านี้พนักงานคนนี้ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ต้องโทรตามตั้งหลายรอบกว่าจะยอมมารับพัสดุ
เป็นแบบนี้ซ้ำ ๆ เจียงหนานก็เริ่มไม่พอใจ
เธอโทรไปหาเขา “พี่คะ ฉันนัดรับพัสดุทางออนไลน์ไว้ตอนบ่ายสาม ทำไมปาเข้าไปห้าโมงแล้วยังไม่มาอีกคะ?”
ปลายสายเสียงดังวุ่นวาย คนรับสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดี “ผมยุ่งอยู่ เดี๋ยวค่อยไป”
พูดจบก็วางสายทันที ไม่รอให้เจียงหนานพูดอะไรต่อ
บริการรับพัสดุถึงบ้านในชนบทมีไม่มากเหมือนในเมือง แถวนี้มีบริษัทขนส่งอยู่เจ้าเดียวที่รับพัสดุถึงบ้าน
เจียงหนานกลั้นความโมโหแล้วรอต่ออยู่ที่บ้าน
กระทั่งหกโมงเย็น เธอถึงได้ยินเสียงคนเคาะประตูด้านนอก
เสียงดังลั่น แถมยังพูดอย่างหงุดหงิด “มารับพัสดุ!”
เจียงหนานรีบออกไปเปิดประตู ชายวัยกลางคนผิวคล้ำยืนอยู่ด้านนอก
เธอยื่นพัสดุให้เขาแล้วถามว่า “พี่คะ พัสดุพวกนี้ส่งออกวันนี้ได้ไหม?”
เฝิงเปียวทำหน้าบึ้ง พิมพ์ใบปะหน้าก่อนแปะลงบนกล่องพัสดุ “ป่านนี้แล้ว จะส่งออกวันนี้ได้ยังไง”
เจียงหนานที่กลั้นโมโหมาตลอดในที่สุดก็ทนไม่ไหว
“ทำไมจะส่งไม่ได้? ฉันนัดรับตอนบ่ายสาม คุณมาช้าเองก็เรื่องของคุณ คุณก็ควรส่งของออกไปวันนี้สิ!”
เฝิงเปียวเงยหน้ามองเธอ ไม่เพียงไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ยังเถียงอย่างหน้าตาเฉย
“พัสดุแค่นี้ ใครจะอยากวิ่งมาไกล ๆ เพื่อรับให้คุณ?”
“ลูกค้าของผมเป็นรายใหญ่ทั้งนั้น เจ้าน้อย ๆ ก็ส่งวันละยี่สิบสามสิบชิ้น เจ้าใหญ่หน่อยก็วันละเป็นร้อยชิ้น แค่ผมยอมมารับให้คุณก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยนี่เรื่องเยอะจริง ๆ ส่งช้าไปวันเดียวจะเป็นอะไรไป? ถ้าถามผมนะ ของแค่นี้ส่งอาทิตย์ละครั้งก็พอแล้ว ให้คนวิ่งมารับทุกวัน ไม่ใช่หาเรื่องเหนื่อยกันหรือไง!”
“คราวหน้า ถ้าไม่ถึง 20 ออร์เดอร์แล้วยังอยากให้ส่งออกวันเดียวกัน คุณก็เอาไปส่งเอง”
เจียงหนานไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีท่าทีแย่ขนาดนี้ โกรธจนหน้าแดง เธอไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วยอีกแล้ว
“ถ้าฉันต้องเอาไปส่งเอง จะมาส่งกับคุณทำไม? ในอำเภอก็ไม่ได้มีบริษัทขนส่งแค่เจ้าเดียวสักหน่อย”
“ถ้าไม่อยากมารับ ก็ยกเลิกในระบบสิ ฉันไม่ได้บังคับให้คุณมา”
“ในเมื่อรับงานแล้ว คุณก็ควรมารับให้ตรงเวลา ลูกค้ารายใหญ่ของคุณจะเก่งแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ไม่ต้องมาบอกฉันหรอก”
“เรื่องวันนี้มีทางแก้สองทาง ไม่ก็ยกเลิกรับพัสดุในระบบ ฉันจะไปหาบริษัทขนส่งเจ้าอื่น ไม่ก็วันนี้คุณต้องส่งของออกไปให้ได้”
“ถ้าไม่ทำสักอย่าง ฉันจะไปร้องเรียนคุณ!”
ก่อนหน้านี้เจียงหนานเคยพูดดี ๆ เรื่องการมารับของให้ตรงเวลาหลายครั้งแล้ว แต่เฝิงเปียวไม่ได้ปรับปรุง กลับยิ่งทำหนักกว่าเดิม เธอไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป
เฝิงเปียวไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนจะพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้ พอได้ยินว่าจะถูกร้องเรียนเขาก็เริ่มร้อนใจ เพราะอาจโดนปรับเงิน
น้ำเสียงของเฝิงเปียวอ่อนลง “เรื่องแค่นี้เอง จะร้องเรียนทำไม วันนี้ผมยุ่งจริง ๆ ไม่มีเวลามารับ พรุ่งนี้เช้าผมส่งให้”
เจียงหนานเหลือบมองเขา ก่อนยืนกราน “ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้ ถ้าวันนี้ส่งไม่ได้ ก็ยกเลิกการรับพัสดุ ฉันจะไม่ส่งของกับคุณอีก!”
ดูจากท่าทางของเขา เจียงหนานก็รู้ว่าไม่ใช่คนซื่อตรง เธอไลฟ์ขายของมานาน ไม่ใช่เพิ่งทำวันสองวัน ถ้าต้องเจอคนแบบนี้ทุกวันคงน่าหงุดหงิดแย่
ถ้าวันนี้ส่งของออกไปไม่ได้ พรุ่งนี้เธอก็จะไปหาบริษัทขนส่งเจ้าอื่นในอำเภอ เวลาไม่ต่างกันอยู่แล้ว
เฝิงเปียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงการยกเลิกรับพัสดุจะมีบทลงโทษเหมือนกัน แต่ก็เบากว่าการถูกร้องเรียนมาก
เขาเองก็ไม่อยากรับพัสดุของเจียงหนานอยู่แล้ว ของก็น้อย แถมยังต้องวิ่งมาไกล
เฝิงเปียวลดท่าทีลงแล้วเริ่มพร่ำบ่น “ได้ ผมยกเลิกรับให้ก็ได้ น้องสาว พวกเราก็ลำบากเหมือนกัน บ้านคุณอยู่ไกลจริง ๆ ผมไม่สะดวกมารับ ต่อไปอย่ากดเรียกให้ผมมารับของอีกเลย”
เจียงหนานทำหน้าเย็นชา “วางใจเถอะ ต่อให้วันหน้าคุณมาขอร้อง ฉันก็จะไม่ส่งพัสดุกับคุณอีก”
เฝิงเปียวออกจากบ้านเจียงหนานแล้วขึ้นรถตู้คันเล็กของตัวเอง ปิดประตู สตาร์ตรถ ก่อนหัวเราะเยาะ “ขอร้องเธอเหรอ? ฉันมันบ้าไปแล้วหรือไงถึงจะไปขอร้องเธอ ขายของออนไลน์นิดหน่อยก็คิดว่าตัวเองเป็นเถ้าแก่ใหญ่แล้ว ถ้าเธอรวยขึ้นมาได้ ฉันยอมเปลี่ยนนามสกุลตามเธอเลย!”
