เจียงหนานเหลือบดูจำนวนคนในห้องไลฟ์ ตอนนี้มี 40,000 คน
เมื่อครู่ขายที่รองแก้วไปแล้ว 3,000 ชิ้น
ตอนนี้จะลงสินค้าเพิ่มอีก 3,000 ชิ้นรวดเดียว เจียงหนานคิดว่าคงขายหมดได้ไม่ง่ายนัก
เซี่ยฮวนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถามจ้าวคุนว่า “คุณชาย จะรับไปเท่าไหร่?”
เซี่ยฮวนรู้สึกว่าสินค้า 3,000 ชิ้นนี้ขายยากอยู่เหมือนกัน ถึงของจะดี แต่ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ
แถมที่ตักชานี่ยังมีคนสนใจน้อยกว่าอีก คนไม่ดื่มชาก็ใช้ไม่ได้
จ้าวคุนพิงเสาระเบียง มือหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ท่าทางเท่สุด ๆ “เธอจะเอาเท่าไหร่ก็สั่งก่อน ที่เหลือฉันรับเอง”
ราชาแอบอู้เหลือบมองจ้าวคุนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะนั่งกระซิบกับเซี่ยชิงที่อยู่ข้าง ๆ
“หมอนี่เอาอีกแล้ว ทำเป็นเท่ไปได้ รับส่วนที่เหลือก็รับไปสิ จะโพสท่าทำไม?”
“เขาคงคิดว่าตอนนี้ตัวเองหล่อมากแน่ ๆ”
เซี่ยชิงเป็นผู้ชายตรงไปตรงมา พูดแทงใจดำแบบไม่อ้อมค้อม
“เขาเป็นลูกเศรษฐี จะทำเท่ก็ได้สิ ถ้านายมีเงิน นายก็ทำได้เหมือนกัน”
เขาไม่ได้ดูถูกราชาแอบอู้อะไรเลย แค่พูดไปตามความจริง
ราชาแอบอู้แค่นเสียง “ถึงฉันมีเงินก็ไม่ทำเท่หรอก”
ยอดขายในห้องไลฟ์ยังคงขยับขึ้นเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้ลงสินค้าเพิ่มทีเดียว 3,000 ชิ้น จึงขายไม่เร็วเหมือนรอบก่อน
เจียงหนานคอยดูยอดขายอยู่ตลอด พอเห็นว่าอัตราการเพิ่มของยอดขายเริ่มช้าลง เธอก็เอ่ยขึ้น
น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ยังคงพูดเนิบ ๆ ไม่เร่งรีบ
“เมื่อกี้คุยกับทุกคนเรื่องสินค้าอยู่ตลอด ตอนนี้เรามาคุยเรื่องงานจักสานไม้ไผ่ชิงเสินกันบ้างค่ะ”
เธอนั่งหลังตรงสง่างาม ประหนึ่งเงาไผ่ต้องลม สงบและงดงาม
“ตอนเริ่มไลฟ์ ฉันแนะนำงานจักสานไม้ไผ่ชิงเสินให้ทุกคนฟังแล้ว งานจักสานไม้ไผ่ชิงเสินเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติ มีชื่อเสียงจากการใช้เส้นไผ่ที่บางราวเส้นผมและเบาราวปีกจักจั่นมาสานด้วยมือ”
