หวังเหล่าไท่เห็นเจียงหนานกำลังยุ่งกับธุระของตัวเองอยู่ในลานบ้าน ไม่สนใจเธอสักนิด ก็รู้สึกหมดสนุก จึงกลับบ้านไปอย่างหงอย ๆ
แต่ในใจกลับสบายอกสบายใจอย่างยิ่ง ความอัดอั้นที่ถูกเจียงหนานกดไว้ตลอดหลายปี ในที่สุดก็ระบายออกไปได้เสียที
หวังเหล่าไท่คิดคำนวณไว้แล้วว่า พรุ่งนี้จะให้หลานชายขับรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อกลับมาบ้าน จอดไว้หน้าประตูบ้านเจียงหนาน ให้เธอได้เห็นกับตา
คนขับรถส่งของเสร็จก็กลับไป เจียงหนานจึงต้องเปิดกล่องทีละใบเพื่อตรวจสอบของทั้งหมด
แน่นอนว่าต้องเช็กจำนวนให้ตรงกัน อีกอย่างคือต้องดูว่าบรรจุภัณฑ์มีปัญหาหรือเปล่า ถ้าตรวจตอนของมาส่งแล้ว ตอนจัดส่งก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ ช่วยประหยัดเวลาได้
ถึงตอนนี้จะยังไม่เคยเจอกรณีบรรจุภัณฑ์เสียหาย แต่ตรวจให้ละเอียดไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
เจียงฉางจิ้นกลับมากินข้าวกลางวัน เขาวางอุปกรณ์ทำไร่ไว้หน้าบ้าน เปลี่ยนรองเท้าเป็นคู่สะอาดแล้วเดินเข้ามา พอเห็นสินค้ากองสูงเป็นตั้งอยู่ในบ้านก็ถึงกับตะลึง
“ลูกสาว นี่ของมาส่งใหม่เหรอ ทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะ?” เจียงฉางจิ้นถาม
เจียงหนานตรวจกล่องสุดท้ายเสร็จแล้ววางซ้อนขึ้นไป ก่อนจะยิ้มตอบ “ใช่ค่ะ ยิ่งขายดีก็ยิ่งต้องสั่งของมาเพิ่ม พ่อดีใจไหมคะ?”
ซ่งอันฉินได้ยินเสียงจากในครัวด้านหลัง ก็รู้ว่าเจียงฉางจิ้นกลับมาแล้ว จึงยกกับข้าวออกมา
เจียงฉางจิ้นยกนิ้วโป้งให้เจียงหนาน สีหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ “ลูกสาวพ่อเก่งที่สุดเลย พ่อต้องดีใจอยู่แล้ว! มื้อเที่ยงนี้เราสองพ่อลูกดื่มฉลองกันสักแก้ว”
ซ่งอันฉินเหลือบมองเขา “ความดันขนาดนี้ยังจะดื่มเหล้าอีกเหรอ ไม่รู้จักดูตัวเองบ้างเลย”
เจียงฉางจิ้นยิ้มเอาใจ “ดื่มแค่แก้วเล็ก ๆ เอง เธอดูสิ ลูกทำธุรกิจได้ดีขนาดนี้ ฉันจะไม่ดีใจได้ยังไง”
