เรือลำน้อยที่โคลงเคลงไปมาตลอดทาง พาเจียงหนานมาถึงท่าเรือในที่สุด
อาการไม่สบายค่อย ๆ ทุเลาลง พี่สาวคอยอยู่ข้างกายเธอตลอด จนเธอหลับไปได้อย่างสบายใจ
เธอหลับยาวจริง ๆ
พอลืมตาขึ้นมา เธอก็มองแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้านอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ไม่รู้แล้วว่าตอนนี้เป็นเวลาไหน
เจียงหยวนหยวนกับซ่งเฟยเฟยนั่งอยู่ข้างเตียงเธอคนละฝั่ง
ซ่งเฟยเฟยฟุบหลับอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
เจียงหยวนหยวนเท้าแขนอยู่ข้างเตียง พอรู้สึกว่าเธอขยับก็เงยหน้ามอง
“หนานหนานตื่นแล้ว” เจียงหยวนหยวนยืดตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ใช้มือที่นุ่มนวลลูบแก้มเจียงหนานเบา ๆ แล้วถามว่า “รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่ไหม?”
“ไม่ปวดแล้ว” เจียงหนานตอบเสียงเบา ก่อนจะยิ้มให้เจียงหยวนหยวน “ฉันไม่เป็นไรแล้ว”
“ครูเจียงตื่นแล้วเหรอคะ” เสี่ยวเสียพิงกำแพงอยู่ตรงมุมห้อง พอได้ยินว่าเจียงหนานตื่นก็รีบเดินเข้ามาหา สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย “รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยังคะ คนในหมู่บ้านเป็นห่วงกันมากเลย คุณลำบากขนาดนี้เพื่อช่วยพวกเรา ทุกคนรู้สึกผิดกันมากค่ะ”
เจียงหนานยันตัวลุกขึ้นนั่ง เธอไม่รู้มาก่อนว่าเสี่ยวเสียก็อยู่ที่นี่ด้วย
เธอยิ้มบาง ๆ “คนเรากินอาหารธัญพืช จะไม่เจ็บป่วยได้ยังไง ขอบคุณพวกเธอด้วยนะที่พาฉันมาส่ง คงเหนื่อยกันมากเลย”
เจียงหนานรู้ว่าเรือลำน้อยที่โคลงเคลงอยู่นั้นสร้างขึ้นโดยชาวบ้านเนินไฉ่เสียเพื่อเธอ
พวกเขาฝ่าความมืดข้ามภูเขา เดินเหยียบกรวดและหญ้ารกอย่างทุลักทุเล พาเธอมาส่งถึงที่นี่ เป็นเรื่องยากลำบากเพียงใดกัน
เสี่ยวเสียส่ายหน้า พอพูดขึ้นมา ดวงตาก็เอ่อคลอด้วยน้ำตาอีกครั้ง
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะครูเจียง คนที่เหนื่อยจริง ๆ คือคุณต่างหาก อุตส่าห์เดินทางไกลมาช่วยพวกเรา จนตัวเองล้มป่วยไปเลย”
