เจียงหนานพาเซี่ยฮวนเข้าไปในบ้านก่อน ส่วนคนอื่น ๆ จอดรถอยู่ในลานบ้านและขนสัมภาระลงมาไปด้วย
ทันทีที่เซี่ยฮวนก้าวเข้าประตู คนทั้งครอบครัวเจียงก็พากันเข้ามาต้อนรับอย่างครึกครื้น
ซ่งอันฉินผูกผ้ากันเปื้อนเดินออกมาจากห้องครัว ใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางทักเซี่ยฮวนว่า “หนูเซี่ย เดินทางมาคงเหนื่อยแย่เลยนะ ทำให้ต้องวิ่งวุ่นไปกับหนานหนานตั้งหลายที่ รีบนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปชงชาให้สักถ้วย”
เซี่ยฮวนยิ้มจนดวงตาโค้ง “ไม่เหนื่อยเลยค่ะคุณน้า ได้ตามเจียงหนานไปเปิดหูเปิดตา ฉันชอบไปกับเธอค่ะ”
เจียงฉางจิ้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเดินเข้ามาพูดกับซ่งอันฉินอย่างอารมณ์ดี “เดี๋ยวฉันชงชาเอง พวกคุณคุยกับหนูเซี่ยไปเถอะ”
พูดจบเจียงฉางจิ้นก็หันไปบอกเจียงหนานอย่างยิ้มแย้ม “ยัยสาม เดี๋ยวพ่อชงให้ลูกด้วยถ้วยหนึ่ง ลูกต้องชอบแน่ เป็นชาดีที่ป้าซิ่วหยาของลูกเพิ่งเอามาให้”
ลูกสาวกลับบ้านแล้ว เขาก็รู้สึกสบายใจจนบอกไม่ถูก ทำอะไรก็มีเรี่ยวแรงไปหมด
เจียงหนานเดินทางมาตลอดทาง ความเหนื่อยล้ายังไม่ทันจางหาย พอกลับถึงบ้านก็ไม่ต้องวางท่าทางอะไร เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างสบาย ๆ พลางยิ้มจนตาหยีและพยักหน้า “ได้เลย ขอบคุณนะพ่อ ฉันชอบชาของป้าซิ่วหยาที่สุด”
เซี่ยฮวนหันไปมองเจียงฉางจิ้น ก่อนยิ้มตาหยีแล้วกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณค่ะคุณลุง รบกวนแล้วนะคะ”
“ไม่รบกวนเลย ๆ!” เจียงฉางจิ้นถูกสาว ๆ สองคนขอบคุณจนยิ้มไม่หุบ เขาเดินไปชงชาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“อย่ายืนอยู่เลย รีบนั่งสิ เสี่ยวฮวน” เจียงลี่ลี่เดินเข้ามารับกระเป๋าเป้จากไหล่เซี่ยฮวน ยิ้มพลางพูดว่า “ส่งกระเป๋ามาให้ฉัน เดี๋ยวเอาขึ้นไปเก็บไว้ข้างบนให้”
เซี่ยฮวนถอดกระเป๋าเป้แล้ววางลงบนเก้าอี้ตามสบาย ยิ้มอย่างไม่ถือสา “ไม่เป็นไรค่ะพี่ลี่ลี่ ในกระเป๋าฉันไม่มีของมีค่าอะไร ปล่อยไว้ตรงนี้ก็ได้ พวกพี่ไม่ต้องลำบากหรอก ไม่อย่างนั้นฉันเกรงใจแย่”
