เมื่อเข้ามาถึงเนินไฉ่เสีย ผู้ใหญ่บ้านก็พาเจียงหนานกับคนอื่น ๆ ตรงไปที่บ้านของเขา
ตลอดสองวันนี้ เจียงหนานกับคณะพักอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
เจียงหนานคิดว่าหมู่บ้านซิ่วสุ่ยของพวกเธอก็ยากจนมากแล้ว แต่บ้านเรือนในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยยังดีกว่าที่นี่หลายเท่า
บ้านที่นี่ดูเหมือนสร้างจากดินอัด ด้านนอกทาสีขาว ส่วนผนังด้านในหลายจุดหลุดลอก เผยให้เห็นดินเหลืองกับฟางข้าว
หน้าต่างก็เล็กมาก ทำให้ข้างในมืดทึมเป็นพิเศษ
บ้านผู้ใหญ่บ้านยังเป็นแบบนี้ บ้านคนอื่น ๆ เจียงหนานไม่ต้องไปดูก็พอจะเดาออกแล้วว่าเป็นอย่างไร
ในบ้านไม่มีน้ำประปา ผู้ใหญ่บ้านจึงไปตักน้ำจากบ่อมาให้เจียงหนานกับคนอื่น ๆ ล้างมือและล้างหน้า
เจียงหนานสะดุ้งเพราะน้ำในบ่อเย็นจัด
ในบรรดาสาว ๆ วัยยี่สิบกว่า ๆ ที่เดินตามหลังเจียงหนานมาเมื่อครู่ มีคนหนึ่งเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน พอเห็นเจียงหนานหนาวก็รีบหยิบกระติกน้ำร้อนออกมาผสมน้ำอุ่นให้
เจียงหนานกับเจียงหยวนหยวนกล่าวขอบคุณไม่หยุด
หญิงสาวคนนี้ค่อนข้างขี้อาย เธอยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเสียงเบาว่าไม่เป็นไร ก่อนจะรีบกลับเข้าไปในบ้าน
ตอนกินมื้อกลางวัน ลูกสาวกับภรรยาของผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ออกมาร่วมโต๊ะ มีเพียงอู๋จิ้งซานกับอู๋โส่ววั่งที่นั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเจียงหนานและคนอื่น ๆ
โต๊ะมีรอยด่างจนดูสีเดิมไม่ออก ชามบนโต๊ะก็มีรอยบิ่นรอบปากเต็มไปหมด
เจียงหยวนหยวนเลือกชามที่สภาพดีกว่าใบอื่นเล็กน้อยส่งให้เจียงหนาน แล้วกระซิบข้างหูว่า “ระวังหน่อย อย่าบาดปากล่ะ”
ตอนเด็ก ๆ ถ้าที่บ้านมีชามบิ่น คนในบ้านจะไม่มีทางให้เจียงหนานใช้ เธอเป็นน้องเล็ก ทุกคนจึงดูแลอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
