ซ่งเฟยเฟยอยู่หน้างานโครงการทุกวัน จึงรู้ความคืบหน้าของงานก่อสร้างแต่ละส่วนเป็นอย่างดี
ถังจื้อผิงยืนยิ้มชื่นชมอยู่ข้าง ๆ
“คุณเจียง น้องซ่งอายุยังไม่มาก แต่ทำงานละเอียดรอบคอบ แถมยังยึดหลักการ เป็นผู้ช่วยที่พึ่งพาได้มากเลยครับ”
พอได้ยินถังจื้อผิงชมซ่งเฟยเฟย เจียงหนานก็มีสีหน้าผ่อนคลายและเบิกบาน เธอยกมือแตะไหล่ซ่งเฟยเฟยที่ยืนอยู่ข้างกายเบา ๆ ก่อนเอ่ยชมอย่างไม่หวงคำ
“เฟยเฟยเป็นคนสุขุม ตั้งใจเรียนรู้และอดทนกับงานหนัก เป็นผู้ช่วยที่ดีจริง ๆ เรื่องงานฉันวางใจให้เขาจัดการมาตลอด”
เมื่อได้ยินพี่สาวชมเช่นนี้ มุมปากของซ่งเฟยเฟยก็อดยกขึ้นไม่ได้
จากนั้นเจียงหนานก็กล่าวขอบคุณถังจื้อผิง
“คุณถัง เฟยเฟยเล่าให้ฉันฟังว่าตอนเพิ่งมาถึง เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย งานเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการก็ไม่เข้าใจสักอย่าง ต้องขอบคุณคุณที่ช่วยสอนเขาหลายอย่างนะคะ”
“อีกอย่าง งานก่อสร้างก็เดินหน้าอย่างเป็นระบบมาตลอด ฉันรู้ว่าคุณทุ่มเทเต็มที่ ขอบคุณที่เหนื่อยนะคะ”
ถังจื้อผิงรีบโบกมือ
“คุณเจียง อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ นี่เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว สมควรทำครับ”
“น้องซ่งเป็นน้องชายของคุณ เขาก็เหมือนตัวแทนของคุณ หรือก็คือเจ้านายของผมนั่นแหละครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอช่วยได้ ผมก็ต้องทำเต็มที่ ไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผม”
“คุณช่วยผมไว้มากขนาดนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณยังไง เพราะงั้นอย่าพูดเกรงใจแบบนี้อีกเลยนะครับ”
เจียงหนานรู้มาตั้งแต่แรกว่าถังจื้อผิงเป็นคนซื่อสัตย์มีน้ำใจ เขาทำงานก่อสร้างมาหลายปี ปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเป็นมิตรและใจกว้าง ไม่เคยค้างค่าแรงใคร แม้ตอนนั้นจะลงทุนพลาดจนหมดเนื้อหมดตัว ก็ไม่เคยติดค้างค่าแรงคนงานแม้แต่หยวนเดียว
ก่อนหน้านี้เธอแค่เคยได้ยินเรื่องของเขา แต่ไม่เคยมีโอกาสข้องเกี่ยวกันมากนัก ตอนนี้ดูแล้วถังจื้อผิงไม่เพียงมีน้ำใจ ยังทำงานรอบคอบและรับผิดชอบมาก นับว่าเป็นคนดีทีเดียว