เจียงหนานยืดตัวขึ้น ยืนตรงแล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ
ใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคนต่างมองเธอด้วยความคาดหวัง มีทั้งชื่นชม ปลื้มใจ อิจฉา และนับถือ
ตอนที่เธอกลับมาจากเมืองซ่างจิงในวันนั้น ทุกคนต่างไม่เห็นด้วยกับเธอ แต่เธอก็รับมือกับมันอย่างสงบ
ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ได้รับคำชมและเสียงปรบมือจากผู้คน เธอก็ยังคงรักษาความสงบในใจไว้ได้
เสียงปรบมือค่อย ๆ เงียบลง เจียงหนานยิ้มก่อนเอ่ยขึ้น
“คำขอบคุณพูดเท่าไรก็ไม่พอ ขอบคุณลุง ๆ ป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ ทุกคนในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยอีกครั้ง รวมถึงพี่ ๆ น้อง ๆ รุ่นเดียวกับฉันด้วย ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฉลองที่ฉันผ่านเข้ารอบในวันนี้ ขอบคุณค่ะ”
“ในเมื่อทุกคนอยากให้ฉันพูดสักหน่อย ฉันก็ขอพูดสักหน่อยแล้วกัน ทุกคนคงหิวกันแล้ว ฉันจะพูดให้กระชับที่สุด จะได้รีบกินข้าวกัน”
เจียงหนานหยุดไปครู่หนึ่ง
“ทุกคนบอกว่าเจียงหนานเก่งมาก แต่ฉันอยากบอกว่าเจียงหนานก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”
“ตอนเรียนอยู่ข้างนอก ฉันเป็นนักเรียนที่ไปถึงห้องเรียนเร็วที่สุดในชั้น ตอนคนอื่นเล่นสนุก ฉันก็อ่านหนังสือ ตอนคนอื่นพัก ฉันก็ยังอ่านหนังสืออยู่ เพราะคนอื่นมองว่าฉันเป็นเด็กบ้านนอก ฉันไม่ได้รู้สึกด้อยค่า แต่รู้ว่าตัวเองยังตามหลังคนอื่นอยู่ ฉันเลยคิดเสมอว่าต้องทุ่มเทให้มากกว่าคนอื่นอีกนิด”
“ฉันฝ่าด่านมาจนถึงที่สุด ในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังที่ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาได้ ตอนทุกคนพากันชมว่าฉันฉลาดสุด ๆ เป็นอัจฉริยะ มีแค่ฉันที่รู้ว่าตัวเองผ่านความลำบากมาอย่างไร”
“บนโลกนี้มีคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นสักกี่คนกัน ส่วนใหญ่ก็แค่ขยันจนฟ้าตอบแทนเท่านั้น”
ภายในบ้านเงียบสนิท ไม่มีใครพูด ทุกคนตั้งใจฟังเจียงหนาน
เด็กที่ฉลาดที่สุดในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยคนนี้ ยังต้องผ่านความลำบากขนาดนี้เลยหรือ
