เสียงของเจียงหนานดังออกมาจากลำโพง กังวานใสและไม่เร่งรีบ ผู้คนในห้องไลฟ์กำลังฟังอยู่ คนรอบเวทีก็ฟังเช่นกัน
ราวกับเธอมีมนตร์บางอย่างติดตัว ขอเพียงเอ่ยปาก คนรอบข้างก็จะเงียบลงโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจฟังเธอพูด
“เพราะลวดลายแบบเก่าดูหนักและชวนอึดอัด ดีไซเนอร์ของเราจึงปรับเปลี่ยนบางอย่างค่ะ”
เจียงหนานถือเครื่องถ้วยขึ้นมาอธิบายให้ทุกคนฟัง
“อย่างแรกคือปรับลดลวดลายค่ะ เราตัดการวาดลายเต็มพื้นที่ออก เหลือเพียงลายดอกบัวเลื้อยเส้นบาง ๆ รอบขอบจาน ส่วนด้านในชามและกลางจานเว้นพื้นที่ว่างไว้กว้าง ๆ ให้ดูสะอาดตาและสดชื่น ลดทอนเส้นของดอกและใบไม้ ตัดกลีบดอกหลายชั้นกับใบไม้ที่ม้วนซับซ้อนออก ใช้เพียงเส้นเดี่ยวบาง ๆ วาดเค้าโครง และตัดพื้นที่สีทึบที่ดูหนักออกไป เหลือไว้เฉพาะรูปทรงหลักของเถาวัลย์ที่เชื่อมต่อกัน ไม่ใส่ดอกไม้ใบไม้เกินจำเป็น เรียบง่ายในแบบจีน ไม่ยัดเยียดองค์ประกอบย้อนยุคค่ะ”
“อย่างที่สองคือปรับโทนสีลายครามค่ะ เราเลิกใช้สีน้ำเงินเข้มเกือบดำ แล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเทาอ่อนกับสีฟ้าอ่อนละมุนเหมือนมีหมอก ให้สัมผัสแบบหมึกจีนที่แต้มสีจาง ๆ ดูอ่อนโยนและไม่ฉูดฉาด ทุกวันนี้หลายคนชอบถ่ายรูปเก็บเรื่องราวในชีวิต ชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารรุ่นนี้ถ่ายรูปออกมาแล้วดูละมุน ไม่หม่นหมอง แถมขึ้นกล้องมากค่ะ”
“อย่างที่สามคือปรับรูปทรงของเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารรุ่นนี้ให้มีน้ำหนักเบาค่ะ ใช้เทคนิคขึ้นรูปเนื้อบาง ผนังชามบางและเบามือ จับแล้วไม่รู้สึกหนัก เปลี่ยนเป็นจานตื้นทรงกลมกับชามข้าวทรงเตี้ย ตัดชามลึกใบใหญ่แบบเก่าออกค่ะ”
