พอพูดจบ ทุกคนในครอบครัวต่างก็ประหลาดใจ
ซ่งอันฉินเป็นคนแรกที่เอ่ยถาม “หนูสาม ทำงานของหนูอยู่ดี ๆ ทำไมถึงคิดจะเปิดบริษัทล่ะ เปิดบริษัทไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ”
ซ่งอันฉินคิดว่าตอนนี้เจียงหนานใช้ชีวิตแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปวุ่นวายเปิดบริษัทด้วย
ซ่งอันฉินใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับบ้านมาทั้งชีวิต ขอเพียงครอบครัวอยู่กันอย่างมั่นคงและสบายใจก็พอ หากเปิดบริษัทขึ้นมา เจียงหนานก็คงต้องเหนื่อยและกังวลมากกว่าเดิม
เจียงหยวนหยวนเผยสีหน้ากังวล ก่อนเอ่ยเสียงเบา “หนานหนาน ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากเปิดบริษัทล่ะ ช่วงหลายปีมานี้ฉันเห็นคนที่ออกไปเริ่มธุรกิจเองลำบากกันทั้งนั้น แถมยังต้องลงทุนเยอะด้วย ลองคิดดูอีกหน่อยดีไหม”
เจียงหยวนหยวนยินดีสนับสนุนการตัดสินใจของเจียงหนานมาโดยตลอด แต่การเปิดบริษัทเป็นเรื่องใหญ่ แถมยังเกิดขึ้นกะทันหัน ก่อนหน้านี้เจียงหนานไม่เคยเอ่ยถึงเลยสักนิด เธอกลัวว่าเจียงหนานจะคิดขึ้นมาแค่ชั่ววูบ แล้วรีบตัดสินใจทั้งที่ยังไม่รอบคอบ
เจียงหนานรู้ว่าคนในครอบครัวคงกังวลเรื่องที่เธอจะเปิดบริษัท
ครอบครัวของพวกเธอเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ซื่อสัตย์และขยันทำมาหากิน ญาติพี่น้องกับเพื่อนบ้านรอบตัวก็ทำไร่ทำนาหรือรับจ้างเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น สำหรับพวกเธอแล้ว การเปิดบริษัทจึงเป็นเรื่องไกลตัวจนรู้สึกไม่มั่นคง
เจียงหนานคาดการณ์ไว้แล้ว จึงอธิบายให้พวกเธอฟังอย่างใจเย็น
“จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งคิดขึ้นมา ฉันอยากพัฒนาต่อไป นี่เป็นเส้นทางที่ยังไงก็ต้องเดินอยู่แล้ว”
“ฉันขายของทางอินเทอร์เน็ต แก่นแท้ก็คือการทำธุรกิจ แค่ช่วงแรกมีขนาดเล็ก เลยทำในนามบุคคลมาตลอด”
“แต่ตอนนี้ไม่ใช่กิจการเล็ก ๆ เหมือนตอนเริ่มแล้ว ที่บ้านถึงกับสร้างโกดังไว้เก็บสินค้าโดยเฉพาะ จะขายของในนามบุคคลต่อไปก็ไม่เหมาะแล้ว ถ้าไม่จดทะเบียนบริษัทและดำเนินการให้ถูกต้อง ก็จะผิดระเบียบและผิดกฎหมาย”
