เจียงหนานยกที่รองแก้วลายหุยแบบทอลายขึ้นมาโชว์หน้ากล้องอีกครั้ง
“ทุกคนคะ ที่รองแก้วลายหุยแบบทอลายรุ่นนี้ยังคงใช้ไผ่ฉือจากชิงเสินแท้ ผ่านกรรมวิธีถึง 24 ขั้นตอน ก่อนนำเส้นไผ่ขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.2 มิลลิเมตรมาถักทอด้วยมืออย่างประณีตค่ะ”
“ชิ้นงานทำตามแบบแผนงานฝีมือมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ดั้งเดิมทุกขั้นตอน ทั้งใช้งานได้จริงและมีคุณค่าทางศิลปะ ที่รองแก้วชิ้นนี้สานสองด้าน ลวดลายเป็นระเบียบ ดูสง่างาม ลายหุยสื่อถึงความเป็นสิริมงคล สัมผัสนุ่มนวลละมุนมือ ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งประดับบ้าน หรือซื้อเป็นของฝากก็เหมาะมากค่ะ”
“วันนี้เรามีสินค้าพร้อมส่ง 1,000 ชิ้น ราคาชิ้นละ 60 หยวนค่ะ”
“ใครชอบแบบนี้และอยากได้ผลิตภัณฑ์งานจักสานไม้ไผ่ชิงเสิน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติแท้ ๆ เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เรากำลังจะวางขายแล้วค่ะ”
ตรงระเบียงทางเดิน สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกัน ต่างกลั้นหายใจรอคอย
เฉินหมิงหย่วนยังคงยืนอยู่ไกล ๆ เขากำโทรศัพท์แน่น ใจหนึ่งก็หวั่น ๆ อยากรู้ยอดขายแบบเรียลไทม์ แต่อีกใจก็ไม่กล้าดู
เสียงของเจียงหนานดังขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม
“เห็นว่าทุกคนในช่องคอมเมนต์เตรียมตัวพร้อมแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลยค่ะ”
“ที่รองแก้วลายหุยแบบทอลาย ราคาชิ้นละ 60 หยวน มี 1,000 ชิ้น วางขายค่ะ!”
เฉินจื่อเซวียนเงยหน้าหลับตา เสียงอึกทึกรอบกายราวกับเลือนหายไปในพริบตา ค่อย ๆ แผ่วเบาและพร่าเลือนลง โลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอก หนักแน่นและเร่งรัว กระแทกความรู้สึกของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
