เมื่อได้รู้จักงานจักสานไม้ไผ่ชิงเสิน ก็ย่อมต้องทึ่งกับฝีมืออันประณีตละเอียดลออและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของช่างฝีมือ
เจียงหนานอยากเลื่อนขั้น แต่ก็อยากพาสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมอย่างงานจักสานไม้ไผ่ชิงเสินให้ได้เลื่อนขั้นไปพร้อมกันด้วย
เจียงหนานเท้าคางด้วยมือข้างเดียว ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาหยางจิ่งหราน
ครั้งนี้หยางจิ่งหรานเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมงานจับคู่ทรัพยากรของแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ
แพลตฟอร์มตรวจสอบเข้มงวดมาก เขาส่งเอกสารไปหลายรอบ ในที่สุดก็ผ่านเข้ารอบ แต่ผลลัพธ์กลับคว้าน้ำเหลว
หยางจิ่งหรานชินเสียแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ยืนหยัดทำได้ง่ายดาย
แค่ได้ออกมา ขอเพียงทำให้งานจักสานไม้ไผ่ชิงเสินเป็นที่รู้จักบ้าง เท่านี้ก็ไม่เสียเที่ยวแล้ว
ตอนเจียงหนานโทรหา เขากำลังลากกระเป๋าเดินทางเดินไปตามโถงทางเดินยาวเหยียดของโรงแรม
พื้นทางเดินปูพรม เดินแล้วแทบไม่มีเสียง เงียบสงัดไร้ผู้คน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความเงียบรอบตัว หยางจิ่งหรานล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเบอร์แปลกหน้า
มีสายโฆษณาโทรเข้ามาเยอะ เขาจึงคิดว่าเป็นสายโฆษณาธรรมดาอีกสายหนึ่ง
“ฮัลโหล สวัสดีครับ” หยางจิ่งหรานกดรับ
สัญญาณดูเหมือนจะไม่ค่อยดี ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง แต่ขาด ๆ หาย ๆ จนฟังไม่ชัด
“ฮัลโหล สวัสดีครับ” หยางจิ่งหรานพูดซ้ำ “สัญญาณทางนี้น่าจะไม่ค่อยดี ผมฟังเสียงคุณไม่ค่อยชัด รอสักครู่นะครับ”
เขามองไปข้างหน้า ที่สุดปลายโถงทางเดินยาวเหยียดมีหน้าต่างบานหนึ่ง
เขารีบเดินไปที่หน้าต่าง ตรงนั้นน่าจะมีสัญญาณดีกว่า
“ฮัลโหล สวัสดีครับ ขอโทษด้วยครับ เมื่อกี้สัญญาณไม่ค่อยดี ผมเปลี่ยนที่แล้ว ตอนนี้คุณพูดได้เลยครับ” หยางจิ่งหรานยืนอยู่ข้างหน้าต่างแล้วเปิดหน้าต่างออก
แสงฟ้ากระจ่างสาดผ่านหน้าต่างเข้ามา ภาพตรงหน้าพลันโล่งโปร่งขึ้น
