ถึงแม้ว่าคุณอาของเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นจะพูดจามั่นคงราวกับหมาป่าเฒ่าในสายโทรศัพท์ แต่ประสิทธิภาพก็ต้องบอกว่าไม่ช้าเลย
ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ก็มาปรากฏตัวที่โถงผู้โดยสารขาเข้า
คนที่มานั้นสวมสูทสีกาแฟ รูปร่างผอมสูง ราวกับสุนัขพันธุ ์เกรย์ฮาวด์ที่ว่องไว วิ่งกระหืดกระหอบมาจากระยะไกล
“ซินซิน!”
แต่ไกลก็เห็นเด็กน้อยที่คร่อมอยู่บนกระเป๋าเดินทาง ยิ่งแทบอยากจะหมุนขาเรียวทั้งสองข้างให้ควันขึ้นเลยทีเดียว
ถึงตัวก็พุ่งเข้ามาด้วยท่าสไลด์ กวาดเด็กน้อยที่กำลังร้องเพลง ‘รักเหมือนไฟ’ อย่างคึกคัก เข้าไปในอ้อมกอด ทำท่าเหมือนรอดตายอย่างหวุดหวิด ตรวจดูอย่างละเอียด:
“ซินซิน เธอทำให้ฉันตกใจแทบตายเลยนะ มาที่นี่คนเดียวได้ยังไงกัน?! เธอไม่รู้เหรอว่าฉี......”
เห็นพวกเขาอาลุงหลานได้พบหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างดีใจ เจียงฉีอวี้ก็รีบคว้ารถเข็นของตัวเองที่ใช้เป็นยานพาหนะกลับมาในทันที
“เอ่อ......”
ตอนนี้ เสียงเรียกขึ้นเครื่องตามเที่ยวบินก็ดังขึ้นจากสถานีวิทยุ เธอเหลือบมองยวีเสี่ยวอวี้แวบนึง ก็รีบโบกมือให้ ‘คุณลุงเกรย์ฮาวด์’ บอกว่า:
“คุณอากับหลานคุยกันไปก่อนนะ ฉันมีธุระตรงนั้น ขอ...”
“คุณผู้หญิงคะ เดี๋ยวก่อน!”
คุณลุงเกรย์ฮาวด์ตรวจสอบจนแน่ใจว่าเด็กหญิงตัวน้อยไม่เป็นอะไรแล้ว จึงหันมาทางเจียงฉีอวี้ที่กำลังเตรียมถอนตัวหลังจากทำภารกิจสำเร็จแล้ว ขอบคุณอย่างไม่หยุดปาก:
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณจริง ๆ เลย ถ้าเด็กเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ก็...”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ การเก็บเด็กได้แล้วไม่ยักยอกเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ของประชากรทุกคน ในเมื่อเด็กเจอแล้ว งั้นฉันก็...”
จนถึงตอนนี้เจียงฉีอวี้ก็ยังคิดว่านี่คือด่านทดสอบที่รายการจัดฉากขึ้น ร้องสูงส่งส่งเดชอยู่พักหนึ่ง ก็เตรียมจะหมุนตัวจากไปทันที
แต่เพิ่งจะผลักกระเป๋าเดินทางไปได้แค่ครึ่งก้าว ก็รู้สึกได้ทันทีว่าขากางเกงมันรั้งติ้ว...
“พี่สาว!”
หันกลับมา ก็สบกับดวงตาแป๋วแหววคู่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
“มีธุระอะไรก็ดีจริง”
เด็กหญิงตัวน้อยนั้นสีหน้าไร้เดียงสา มือน้อยกำกางเกงวอร์มของเธอไว้แน่น กางเกงที่เดิมก็หลวม ๆ ตรงเอวก็เข้าขั้นวิกฤติในทันที
“พี่สาวเป็นคนดี ซินซินต้องตอบแทนพี่สาว!”
“ไม่ต้องหรอก ล้วนแล้วแต่สมควรแล้วของฉัน”
“หา?”
“ก็สมควร”
เธอพูดผิดอย่างจริงจัง แต่แก้ตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังทำให้ไลฟ์สตรีมในห้องแชทระเบิดเสียงหัวเราะดังก้อง:
【ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ... ไม่ลำบากหรอก กรรมมันทน】
【รายการไปเอาตัวตลกนี่มาจากไหนเนี่ย? ตลกมืออาชีพรึไง?】
【ยืนยันได้เลยว่าเธอไม่รู้ว่ามีกล้องซ่อนอยู่จริง ๆ ปล่อยมุกได้เจ๋งมาก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ...】
【เริ่มอยากรู้แล้วสิว่าเธอจะสังเกตคู่จิ้นของ ‘ดงเลี่ยน’ ยังไงนะ】
แต่ว่าเด็กน้อยเจ้าเล่ห์อย่างซินซิน เห็นท่าทีที่เธอทำเป็นขอไปทีกับเด็ก ก็ร้อนรนขึ้นมาทันที
ยิ่งร้อนรน มือน้อยก็ยิ่งกำแน่น:
“พี่สาวไม่เชื่อหนูเหรอ? พ่อของหนูมีเงินเยอะมาก ๆ เลยนะ!”
เจียงฉีอวี้ใช้มือข้างนึงแอบดึงขอบกางเกงไว้ ไม่ได้ใส่ใจอะไรในใจเลย แค่ก้มดูเวลาในโทรศัพท์ แล้วพูดส่ง ๆ ไปว่า:
“เชื่อสิ งั้นบอกพ่อของเธอว่าอย่าลำพองใจนักนะ พ่อของฉันก็กำลังพยายามอยู่”
“หา?”
คำพูดนี้เกือบทำให้สมองกลของเด็กพังไม่เป็นท่า แต่ก็ไม่ทำให้มือน้อยที่กำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ นั้นชะงักลง
จนจำเป็น เจียงฉีอวี้จึงต้องก้มตัวลงมา แล้วพูดจาไร้สาระด้วยสีหน้าจริงจัง:
“ซินซินใช่ไหม? พี่ถามเธอนะ เธอเชื่อในแสงมั้ย?”
ซินซินน้อยเอียงคอ สายตาฉายแววใสดั่งไม่เคยถูกปนเปื้อนจากความรู้:
“แสง?”
“ใช่แล้ว!”
เธอร้อนรนอยากจะไปให้พ้น ก็แต่งเรื่องขึ้นมาทันที:
“ความจริงฉันคือนักรบชุดรัดรูปจากเนบิวลา M-78 ตอนนี้ได้รับสัญญาณเรียกจากกองป้องกัน ต้องรีบไปยังจุดหมายถัดไปในทันที ไม่ต้องตอบแทนหรอก ถ้าเธออยากขอบคุณฉันจริง ๆ ...”
พูดถึงตรงนี้ เธอไม่ลืมยื่นหัวเข้าไปใกล้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินแค่สองคน:
“ก็ให้พ่อแม่เธอเสียเงินซัพพอร์ตดาราสาวชื่อเจียงฉีอวี้นะ เธอเป็นสายข่าวของฉันบนโลก”
“......”
คำพูดนี้ พอพูดจบ เด็กหญิงก็อึ้งไปครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้ ใบหน้าน้อยก็ย่นเป็นซาลาเปาทันที:
“พี่สาว หนูเป็นเด็กนะ ไม่ใช่คนโง่ยักษ์”
“......”
พลาดไปแล้ว
【นักรบชุดรัดรูป ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นักรบชุดรัดรูป... กูอึ้งไปตั้งสามวิ!】
【สงสัยมากเลยว่าแขกรับเชิญปริศนาคนนี้คือใครกันแน่ ในวงการบันเทิงนี่มันยังมีคนประหลาดแบบนี้ด้วยเหรอ? 】
【คำตอบของเด็กนี่ขำชิบหาย ฮ่า ๆ ๆ ก็แค่อายุน้อย ไม่ใช่ไอคิวต่ำ ฮ่า ๆ ๆ ๆ สองพี่น้องคู่นี้เปิดรายการเดี่ยวเลยมั้ย ฉันชอบดู!】
“เอ่อ...”
คุณลุงเกรย์ฮาวด์ที่อยู่ด้านหลัง เห็นดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นบ้าง ก้าวไปข้างหน้านึง แล้วโค้งตัวอย่างสุภาพ:
“คุณผู้หญิงครับ ท่านประธานฉีของเรากำลังเดินทางมาครับ ขอเชิญคุณรอรับคำขอบคุณจากเขาต่อหน้าเลยนะครับ”
“ประธานอะไรนะ?”
เจียงฉีอวี้ทำหน้างงใส่ผู้ใหญ่กับเด็กตรงหน้า เตรียมก้าวเข้าไปใกล้เพื่อบอกใบ้ว่าพอเถอะนะ เดี๋ยวตกเครื่องแล้วต้องให้รายการออกค่าตั๋วให้
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อึดใจถัดมา เด็กหญิงเบื้องหน้ากลับตาลุกวาบขึ้นมาทันใด เรียกอย่างหวานไปทางด้านหลังเธอ:
“อาเขยฉี!”
ตอนนี้เจียงฉีอวี้เองก็ไม่มีใจไปสนใจว่าเป็นคุณอาทั้งเจ็ดทั้งแปด ฉวยจังหวะที่เด็กหญิงคลายมือ ตะโกนเรียกคน ก็กระโดดคร่อมบนกระเป๋าเดินทางอย่างคล่องแคล่ว
ตะโกนบอกยวีเสี่ยวอวี้ว่า:
“เสี่ยวอวี้ ตามมา”
กลัวว่ารายการจะเล่นตุกติกอะไรมาถ่วงเวลาอีก เธอก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมา สายตามุ่งมั่น ไม่ลังเล กดปุ่มเดินเครื่องทันที...
“ตี๊ด... ตี๊ด... ยินดีต้อนรับสู่การใช้กระเป๋าเดินทางไฟฟ้ารุ่นของบริษัทเรา ขอให้ท่านเดินทางอย่างมีความสุขนะคะ~~”
“......”
มองตามแผ่นหลังที่ไกลออกไปของเธอ ยวีเสี่ยวอวี้ก็อึ้งไปแค่อึดใจเดียว ก็ตั้งสติได้ จากนั้นก็เลียนแบบการกระทำของเจียงฉีอวี้ ปีนขึ้นคร่อมกระเป๋าเดินทางอย่างรวดเร็ว
หันหน้ามายิ้มขอโทษคุณลุงเกรย์ฮาวด์ที่กำลังงงอยู่:
“ขอโทษนะคะ พวกเรารีบจริง ๆ”
พูดจบ ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบอะไร ก็พุ่งตัวตามเสียงเพลงแบบเดียวกัน ตวัดเข้าฝูงชนที่กำลังรีบขึ้นเครื่องไปในพริบตา
——
เนื่องจากสองคนนี้เร็วเกินไป กล้องจับภาพแทบไม่ได้ ทีมงานทำได้แค่วนหาภาพย่อยตามกล้องแยก เหมือนจับหนู คอยตามหาตัวเจียงฉีอวี้ที่วิ่งพล่านไปทั่ว
ผู้กำกับตัดต่อหลังห้องจึงต้องคงภาพที่หน้างานไว้ชั่วคราว
ผู้ช่วยผู้กำกับกำลังจะตัดไปที่ข้อความตัวอักษรว่า ‘แขกรับเชิญปริศนาขึ้นเครื่องแล้ว’ แต่กลับเหลือบไปเห็นคอมเมนต์ในไลฟ์สตีมโดยไม่ตั้งใจ...
【โอ้ววว ฉันไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหม ในฉากเมื่อครู่ที่ผ่านตาไปแวบเดียว นั่นใช่ไอดอลระดับท็อปคนนึงหรือเปล่า?!】
【หุ่นนี่ สัดส่วนหัวกับตัวนี่ เอวนี่ ขานี่ ฟ่อ...】
【กล้องรีบซูมใกล้! นั่นคือผู้ปกครองของเด็กเหรอ?!!】
ในกล้องความละเอียดสูง แทบจะเป็นวินาทีต่อมาที่เจียงฉีอวี้หายไปจากภาพ ร่างเงาหนึ่งที่ไหล่กว้าง เอวสอบ รูปร่างสูงเพรียว ก็ก้าวเข้ามาในภาพอย่างตรงไปตรงมา
ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ องอาจ สูทผ่าหน้าสีดำสนิทแนบเนียนไปกับตัวทุกกระเบียดนิ้ว เข้าได้กับช่วงเอวกระชับที่กำยำกำลังดี เขามีขาที่ยาว เมื่อก้าวเดินตรงมาจากหมู่คน ท่วงท่าสง่างาม ราวกับสายลม
“อาเขยฉี!”
เด็กหญิงร้องเรียกอีกครั้ง ยื่นแขนข้างหนึ่งไปทางผู้ชายอย่างเต็มแรง
ผู้กำกับภาพก็ฉวยโอกาส ซูมกล้องเข้าไปในทันใด ผู้คนถึงได้เห็นหน้าตาอันหล่อเหลาราวกับเป็นผลงานชิ้นเอกของเทพธิดาหนี่วา
“เฉียวซินซิน”
เส้นกรอบคางของผู้ชายนั้นคมชัดและลื่นไหล ใบหน้าที่มีมิติชัดเจนไม่มีอารมณ์มากนัก เพียงแต่มีคิ้วกับตาที่ดูเย็นชาเล็กน้อยขมวดขึ้น ก้มมองเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า
“ท่านประธานฉี”
เห็นสีหน้าของผู้ชายดูไม่ดี เลขาจ้าวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ทันได้ใส่ใจสองคนที่ขี่กระเป๋าเตลิดหนีไปแล้ว รีบก้าวเข้าไปไกล่เกลี่ยให้:
“ซินซินคงจะคิดถึงพ่อแม่ ก็เลยวิ่งมาที่สนามบินคนเดียว”
“......แบบนั้นเหรอ?”
เห็นอาเขยฉีทำหน้าเข้มขึ้น เฉียวซินซินก็หดคอม้วนในทันที หัวน้อยตกุ้บ ลังเลแล้วก็พยักหน้าน้อย ๆ
“......”
เผชิญหน้ากับหลานสาวตัวน้อยที่เต็มไปด้วย คำว่า ‘หนูรู้แล้วว่าผิด’ ผู้ชายก็ถอนหายใจยาว แววตาอ่อนลงเล็กน้อย
ยกฝ่ามือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจน ลูบลงบนยอดผมอันอ่อนนุ่มของเด็กหญิง เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เปี่ยมด้วยความปรานีและปลอบประโลม:
“ซินซิน ถึงแม้สายตาของพ่อกับแม่จะอยู่เป็นเพื่อนหนูตลอดเวลาไม่ได้...”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยุดลงนิดหนึ่ง ริมฝีปากบางเม้มจนเกิดเป็นรอยยิ้มที่ทำเอาขนบนหัวเด็กน้อยลุกซู่:
“แต่การตบของคุณอานั้นพอได้นะ อยากลองสักทีมั้ย?”