เจียงฉีอวี้ไม่ได้พูดปดแต่อย่างใด
ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรก็พอใช้ไปหมด แต่ที่แน่ ๆ คือร้อยส่วนของตัวเธอ มีหัวดื้อถึงเก้าสิบเก้าส่วน
ก่อนหน้านี้ก็เพราะปากหมา ในงานเลี้ยงที่เจ้านายบริษัทบังคับให้เพื่อนร่วมงานหญิงไปดื่มกับลูกค้า เธอถึงได้อาละวาดต่อหน้าคนอื่น
ด้วยประโยคเดียวว่า "แก่แล้วยังชอบเป็นพ่อสื่อ ไปเป็นนายหน้าซ่องโสเภณีไปเลยดีกว่าเป็นเจ้านาย" ก็ล่วงเกินคนอื่นจนหมดสิ้น
บทชีวิตของเธอที่เคยฝันอยากอยู่ในแวดวงบันเทิง ก็พลันกลายเป็นโดนไล่ออกจากแวดวงบันเทิงไปซะนี่
ตอนนี้ข้ามภพมาอยู่ในนิยาย ยังไม่ทันไรก็โดนคนชี้หน้าด่าแถมต้องมาเผชิญเรื่องเน่า ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้...
ทำให้สภาพจิตใจที่เดิมก็ไม่ค่อยมั่นคงอยู่แล้ว ยิ่งเข้าขั้นโคม่า
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ใกล้จะโดนวงการบันเทิงเนรเทศอยู่แล้ว แทนที่จะทรมานจิตใจตัวเอง สู้พลุ่งพล่านทำลายล้างโลกภายนอกเลยดีกว่า
ในเมื่อหลี่เหิงคอยขัดขวางไม่ให้เธอไปร่วมรายการวาไรตี้จับคู่เดตครบรสนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า งั้นนางก็จะขอไปก็แล้วกัน
ชีวิตนี้จะมีชีวิตอยู่เพื่อสองคำ กบฏ
——
รายการวาไรตี้จับคู่เดตครบรสที่หลี่เหิงเอ่ยถึง เป็นรายการวาไรตี้หาคู่รักที่ชื่อว่า "คุณนี่รู้จักความรักดีนะ" ซึ่งดังตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ
เหตุที่รายการนี้โดดเด่นกว่ารายการวาไรตี้จับคู่เดตรายการอื่น ก็เพราะลิสต์รายชื่อแขกรับเชิญที่ถูกวางตัว
ไม่เพียงมีดาวรุ่งมาแรงอย่างเจียงเหมียน ยังมีเจ้าชายเพลงรักโจวซุ่น ไอดอลหนุ่มบอยแบนด์สุดปังฟางซวี่ไป่ ดาราสาวมาแรงเจียงหลิง และคนดังในวงการบันเทิงอีกมากมาย
ที่สำคัญคือ รายการยังเชิญท่านเงาใหญ่ระดับท็อปอย่างหลี่เหิงมาด้วย
แค่ชื่อของหลี่เหิงที่มาร่วมรายการวาไรตี้จับคู่เดตครั้งแรกเป็นจุดขาย ก็มากพอให้แฟนคลับจับตามอง จนทำให้รายการนี้กลายเป็นวาไรตี้ที่คนสนใจที่สุดแห่งปี
เดิมที รายการก็เชิญเจ้าของร่างเดิมซึ่งเป็นดาราสาวมาแรงมาร่วมด้วยเช่นกัน
เพียงแต่เพราะเธอเพิ่งมีเรื่องเข้ามา ต้นสังกัดเลยอยากให้พักสักพักหนึ่ง จึงปฏิเสธผู้กำกับไปอย่างสุภาพ
ทีมรายการจนใจต้องเปลี่ยนตัวเป็นนางแบบสาวมาแทนชั่วคราวเพื่อแก้ขัด
ตอนนี้เวยป๋อประกาศตัวก็ปล่อยออกมาแล้ว สามหนุ่มสามสาวครบทีมพอดี ถ้าเธอจะขอแทรกเข้าไปอีกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...
คิดได้ดังนั้น เจียงฉีอวี้ก็ล้วงมือถือออกจากกระเป๋า หาเบอร์ติดต่อพี่เฉินผู้จัดการส่วนตัวในสมุดโทรศัพท์ แล้วกดโทรออก
"ฮัลโหล"
"พี่เฉิน รายการวาไรตี้จับคู่เดตที่พี่ปฏิเสธแทนฉันไปก่อนหน้านี้ ฉันอยากไป ช่วยดูหน่อยว่า..."
พี่เฉินปลายสายเหมือนกำลังยุ่ง เสียงดังอึกทึก
"วาไรตี้จับคู่เดตอะไร ต้นสังกัดไม่ได้บอกว่าให้พักสักพักไง"
"พักเหรอ ใครอนุมัติ ฉันยังไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ต้นสังกัดในตำแหน่งหน้าที่เลย จะให้พักได้ยังไง ฉันไม่อนุมัติ"
"..."
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเหมือนเปลี่ยนมาอยู่ในที่เงียบก่อนพูดต่อ
"อย่ามาแกล้งเป็นใสซื่อเลย ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร อย่าว่าแต่เราปฏิเสธผู้กำกับจางไปแล้ว ถึงไม่ปฏิเสธ ด้วยชื่อเสียงและความดังของเธอตอนนี้ เรื่องวาไรตี้อย่าเพิ่งคิดตอนนี้เลย"
พี่เฉินเองก็เป็นเซียนรุ่นเก๋าในวงการ เข้าใจหลักดีว่าหวานกับขมต้องใช้คู่กัน
พูดจบก็เปลี่ยนเป็นปลอบให้คล้อยตามทันที
"วาไรตี้แบบนี้แขกรับเชิญต้องมีชื่อเสียงกับกระแสพอสมควร เธอถ่ายละครเรื่องต่อไปเสร็จแล้วค่อยให้ต้นสังกัดซื้อแฮชแท็กฮิตสักหน่อยเพื่อสะสมความนิยมก่อน ถึงตอนนั้นค่อยติดต่อรายการซีซั่นสองได้ เอาแค่นี้"
พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบของเจียงฉีอวี้ วางสายไปเลย ฟังดูเหมือนกำลังดูแลกระบวนการถ่ายของศิลปินคนอื่น
แต่คำพูดที่เหมือนขอไปทีนี้ กลับเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งบาปลงในใจบางคน...
วางสายแล้ว เธอหลุบตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือต่อ
เปิดเวยป๋อ ใส่รหัสยืนยันตัวตน
ในพริบตา ข้อความเตือนนับไม่ถ้วนก็บุกเข้ามาเป็นขบวน
เธอเลื่อนดูผ่าน ๆ ล้วนเป็นข้อความส่วนตัวด่าทอที่ชินตาไม่แปลก
ส่วนคอมเมนต์นั้นสะอาดสะอ้านดี
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครด่า แต่เพราะต้นสังกัดกลัวแอนตี้แฟนกระทบงานแบรนด์ ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนจึงตั้งค่าสิทธิ์การคอมเมนต์ไว้
เจียงฉีอวี้พลิกอ่านไปพลางทุ้ยปาก
ดูท่าหลี่เหิงจะมีของจริงในวงการบันเทิงอยู่ไม่น้อย แค่ข่าวฉาวไร้หลักฐานไม่กี่ข่าว ก็ปลุกปั่นให้แฟน ๆ เกลียดเธอได้รุนแรงขนาดนี้
ถ้าเป็นเจ้าของร่างเดิมเห็นคำดวกพวกนี้คงเสียใจซึมเซาไปบ้าง แต่เธอในตอนนี้พอเห็นข้อความส่วนตัวพวกนี้ ก็มีแค่สี่คำผุดในหัว
'ช่างหัวแม่งสิ'
มองข้ามข้อความพวกนี้ไป เธอจัดแจงกดแก้ไข นิ้วจิ้ม ๆ กด ๆ บนหน้าจอ
สุดท้าย กดส่ง
วินาทีต่อมา หน้าโปรไฟล์ของเจียงฉีอวี้ก็มีเวยป๋อเพิ่งอัปเดตปรากฏขึ้น
【เจียงฉีอวี้V】:กลับมาแล้ว คราวนี้ ข่าวลือที่เป็นของฉัน ฉันจะฟังให้ชัดเจนทุกข่าว
ทำการใหญ่แบบอาจหาญแล้ว เธอพลิกมือเปิดการคอมเมนต์ทันที
"..."
เงียบอยู่เพียงไม่กี่วินาที มือถือก็เริ่มแจ้งเตือนถี่ยิบ
ไม่กี่นาทีต่อมา คอมเมนต์ของเวยป๋อนั้นก็ถูกแอนตี้แฟนที่ตามข่าวมาโจมตีแตกพ่าย
ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันและด่าทอถาโถม เจียงฉีอวี้เห็นคอมเมนต์ที่ยอดถูกใจสูง ๆ สองสามอัน
【สุภาพบุรุษดุจหยก】:นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูหน้าไม่อายชอบเสนอหน้านี่เองงับ~
ดูก็รู้ว่าเป็นแฟนคลับหลี่เหิง เธอไม่ต้องคิดก็พิมพ์สวนกลับในนั้นทันที
【เจียงฉีอวี้V】:รู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน ไม่เป็นไร เหมือนแมลงขี้ควายที่เข็นทองคำไม่ไหว
——
【หนุ่มน้อยผู้พิทักษ์เหมียน】:เจียงฉีอวี้ยังไม่ขอโทษเรื่องที่แกล้งสาวสวยดาวรุ่งในกองถ่ายเลยใช่ไหม สงสารสาวงามของเรา ที่ต้องถ่ายละครกับแจกันดอกไม้ร้าย ๆ แบบนี้
เผชิญหน้ากับอัศวินพิทักษ์เจียงเหมียน เธอสวนกลับหนักหน่วง
【เจียงฉีอวี้V】:โอ้โห จริงเหรอ ทำเอาปวดมดลูกเลย โลกผู้ใหญ่ที่ไหนมีอะไรง่าย ๆ ล่วงรู้ข้อมูลวงในมากมายขนาดนี้กลับเก็บงำไว้เอง นับถือคุณเหลือเกิน หญิงแกร่งผู้แข็งแกร่งดั่งกุหลาบ [ยิ้มส่งใจ]
——
【วันนี้เจียงฉีอวี้ลาวงการหรือยัง】:เด็กแว้นค์สูบบุหรี่วางมาดสาวใส น่าขยะแขยง [อ้วก]
มองรูปถ่ายเบลอ ๆ ที่แนบมากับคอมเมนต์นี้ ซึ่งเป็นมุมที่ปาปารัซซี่แอบถ่ายตอนเธอเหมือนคีบบุหรี่วางริมฝีปาก เจียงฉีอวี้เบ้ปาก
【เจียงฉีอวี้V】:ฉันไม่ใช่แค่ชอบสูบบุหรี่นะ แต่ยังชอบสูบเวลไปจุ้นจ้านด้วย
——
ตอนแรกก็มีแค่แฟนคลับแต่ละค่ายมาปะทะด้วย ต่อมาก็มีชาวเน็ตที่ได้ข่าวแห่กันมาเพิ่ม
【ลำใส้หมูรันทด】:อะไรกันเนี่ย เจียงฉีอวี้เปิดโหมดเทพเหรอ
【เจียงฉีอวี้V】:สถานการณ์ก็เป็นแบบนี้แหละ ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงก็ต้องดูสถานการณ์ต่อไป
——
【โคโนสุเกะลา】:คิดว่าพี่นางมีดีแค่รูปโฉม ไม่คิดว่าจะติสต์แตกได้ขนาดนี้ ด้านการแสดงก็มีแต่หน้าตา ด้านพลังเสียงก็มีแต่มารยาท
【เจียงฉีอวี้V】:แทนที่จะทรมานใจตัวเอง สู้พลุ่งพล่านปลดปล่อยใส่คนอื่นดีกว่า ฉันยังคงพูดคำเดิม คนเราทำตัวปกติดีเกินไปก็ไม่จำเป็น
——
【เทพสงครามปลาแช่แข็ง】:พี่อวี้ ได้ยินว่ามีนายทุนหนุนหลังอยู่ รับจ้างอวยพี่นี่รายได้เท่าไหร่ครับ พอดีผมชักหน้าไม่ถึง รับรายวันได้ไหม
【เจียงฉีอวี้V】:คุณยังหนุ่มนะ ตอนนี้มือเติบไม่เป็นไรหรอก ต่อไปวันคับแค้นยังอีกยาวไกล
......
การปะทะคารมระดับนี้ สำหรับเจียงฉีอวี้ที่เคยเป็นนักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟนสายขบถ มันเป็นเรื่องปกติยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ถ้าวัดกันทั้งวงการบันเทิงแล้ว ถือว่าแรงสะเทือนวงการเลยทีเดียว
ไม่นานนัก แฮชแท็กเกิดใหม่ก็ติดเทรนด์บันเทิงพุ่งแรงประหนึ่งหมาป่าตีนเปรียว
#เจียงฉีอวี้_ติสต์แตก#
ทางด้านนี้เธอกำลังรบกับบรรดาแอนตี้แฟนอย่างเมามัน ฆ่าฟันข้าศึกเจ็ดตลบ ทางด้านโน้นพี่เฉินก็โทรกลับมาเหมือนไฟไหม้ตูด
เจียงฉีอวี้ตั้งใจดึงหูฟังออกห่างอีกหน่อยก่อนกดรับ
"พี่เฉิน"
"อย่าเรียกพี่ เธอน่ะพี่ฉัน ให้เธอสะสมความนิยม กลับเอาแต่ทำบ้าบอทางออนไลน์"
เมื่อฟังเสียงตวาดทางปลายสาย เธอก็แค่สลับออกไปดูแฮชแท็กที่พุ่งทะยานบนแพลตฟอร์มและยอดฟอลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มอย่างถือดี
"บอกมาซิว่า มีคนพูดถึงหรือไม่"
"..."
ทางนั้นพี่เฉินแทบบ้า หอบหายใจแรงอยู่พักใหญ่ กล้ำกลืนคำหยาบทั้งหมดกลับไป
สุดท้ายกัดฟันพ่นคำสาปอาฆาตออกมา
"เจียงฉีอวี้ เธอนี่สมควรตายจริง ๆ ..."