โจวหลานซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ริมฝีปากสั่นระริก ยื่นมือจะไปจับมือเซี่ยเนี่ยนอัน แต่พอสบเข้ากับดวงตาเย็นชาของอีกฝ่าย เธอก็รีบหันขวับไปคว้ามือซูเถาไว้แน่นด้วยสองมือ
“สหายทั้งหลาย พวกคุณเป็นคนดีจริง ๆ!”
ซูเถาดึงมือกลับอย่างสงบนิ่ง
“สหายโจวหลาน เล่นใหญ่ไปหน่อยแล้วนะ”
บรรยากาศเศร้าสร้อยพลันมลายหายไป แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของทุกคน
ตอนที่ฟ้ายังไม่มืด ทั้งสามคนก็ยังไม่รีบร้อนกินข้าว ซูเถากับเซี่ยเนี่ยนอันพาโจวหลานไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอลา งานเร่งเพาะปลูกที่ต้องใช้แรงหนักขนาดนี้ โจวหลานคงทำไม่ไหวแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านยกมือดันแว่นสายตายาวบนสันจมูก แล้วอาศัยแสงอาทิตย์ยามเย็นเพ่งดูรายงานตรวจสุขภาพของโจวหลานอยู่นาน
ซูเถากำลังคิดว่าผู้ใหญ่บ้านน่าจะอ่านออก ทันใดนั้นก็ได้ยินหลิวฝูเซิงถามว่า “สหายโจว ตัวหนังสือพวกนี้เขียนว่าอะไรเหรอ?”
“ทำไมฉันอ่านไม่ออกเลยล่ะ!”
“ลุง อ่านไม่ออกเหรอ?”
“อ่านไม่ออก” ผู้ใหญ่บ้านยิ้มจนเห็นฟันซี่ใหญ่ ก่อนหลับตาส่ายหน้า
ซูเถาพูดไม่ออกไปเลย อ่านไม่ออกแล้วยังจะทำหน้าทะเล้นอีกนะตาเฒ่าคนนี้
“เมื่อกี้เห็นตั้งใจดูขนาดนั้น ฉันนึกว่าลุงอ่านออกเสียอีก”
หลิวฝูเซิงดูดกล้องยาสูบแห้งพลางยิ้มกริ่ม “ฉันจะทำทีว่าอ่านออกบ้างไม่ได้หรือไง ถ้าพูดตรง ๆ ว่าอ่านไม่ออก มันก็เสียหน้าแย่สิ”
ทำอย่างกับตอนนี้พูดแล้วมีหน้าอย่างนั้นแหละ ซูเถาหยิบมันเทศแห้งที่โจวหลานเอามาด้วยขึ้นมากิน พลางอดถอนหายใจไม่ได้
หลิวเฟิ่งเสียมองทั้งสองคุยกันแล้วหัวเราะคิกคัก ดูท่าความอกหักจะไม่ได้ส่งผลกับเธอมากนักแล้ว
