“มาขอยาลดไข้จากฉันไปนิดหน่อย”
ซูเถาไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย เรื่องแบบนี้ยิ่งปิดบังก็ยิ่งดูเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ ไม่ปิดบังเสียยังดีกว่า
เซี่ยเนี่ยนอันพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร
พอทั้งสามคนออกจากประตูมาก็เห็นหยางหย่งมีสีหน้าอ่อนล้า หากซูเถาไม่รู้ว่ายาไม่ได้เป็นของที่หยางหย่งกินเอง เห็นสภาพเขาแบบนี้คงคิดว่าเขาป่วยจริง ๆ
“สหายปัญญาชนหยาง หายหวัดหรือยัง?” โจวหลานถามด้วยความห่วงใย “ถ้าไม่ไหว วันนี้ก็ไปลาหัวหน้ากองเถอะ พักผ่อนให้ดีสักหน่อย”
“ขอบคุณนะสหายปัญญาชนโจว ผมไม่เป็นไร” หยางหย่งยิ้มตอบ พลางเหลือบมองซูเถา
“สหายปัญญาชนซู ยาที่ขอยืมไป เดี๋ยวครั้งหน้าผมเข้าอำเภอแล้วซื้อมาใช้คืนนะ”
ซูเถาโบกมือ ไม่ได้ใส่ใจเลย
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบหรอก”
“หายดีก่อนค่อยว่ากัน เงินแค่นิดเดียวเอง”
พอนึกถึงเรื่องเงิน ซูเถาก็ยิ่งเสียดาย เมื่อเช้านี้เธอรู้สึกว่าท้องยังไม่ค่อยสบาย เลยซื้อยารักษาอาการปวดท้องมาหนึ่งเม็ดที่ร้านยา ใครจะคิดว่าต้องจ่ายตั้ง 100 เหรียญทอง เงินจำนวนนี้ซื้อข้าวสารได้ตั้ง 10 ชั่ง
หยางหย่งเห็นซูเถาไม่ถามเรื่องที่เขาออกไปข้างนอกเมื่อคืนเลย ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อคืนเขาตกใจแทบแย่ ตอนนั้นอาการของครูหลินไม่ดีเลย ไข้ขึ้นจนหมดสติไม่รู้สึกตัว เขากลัวว่าถ้าไปช้ากว่านั้นอีกหน่อย คนจะทนไม่ไหว
แต่เขาไม่เสียใจที่ทำลงไป โชคดีที่ป้อนยาให้ครูหลินได้ทัน เช้านี้อีกฝ่ายก็ฟื้นแล้ว
ตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติ คนที่อาศัยอยู่ในคอกวัวอย่างพวกเขามีสถานะอ่อนไหว จะไปโรงพยาบาลก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้