ตอนที่ทั้งสองเข้าไปในห้องด้านใน เซี่ยเนี่ยนอันเห็นผู้ใหญ่บ้านกำลังใช้ดินสอแท่งสั้น ๆ เขียนอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังสมุดการบ้านของเด็กประถมที่ใช้แล้ว เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดไปพลางเขียนไปพลาง พอเห็นทั้งสองเข้ามาก็รีบปิดสมุด แล้วเหน็บดินสอแท่งสั้นในมือไว้หลังหูอย่างคล่องแคล่ว
“สหายปัญญาชนทั้งสอง มีธุระอะไรหรือ?” หลิวฝูเซิง ผู้ใหญ่บ้านยิ้มถาม
ซูเถาสูดลมหายใจ เตรียมใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา
“คุณลุงคะ เสบียงของหนูถูกแย่งไปแล้ว!”
“อา~ อา~ อา~”
“อะไรนะ!”
ผู้ใหญ่บ้านที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป เขาตกใจจนแทบพลัดตกจากเตียงเตา ยังดีที่เซี่ยเนี่ยนอันคว้าตัวไว้ได้ทัน
เสบียงถูกแย่งไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากไม่มีอาหารก็ถึงตายได้เลยนะ!
“สหายปัญญาชนซู อย่าร้องไห้เลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หลี่ซิ่วหลาน ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ชุลมุนช่วยซูเถาเช็ดน้ำตา
“ใช่แล้ว ซูเถา เล่าให้ฟังก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น พวกป้าจะช่วยจัดการให้เอง!”
หัวสามหัวเบียดกันอยู่ตรงประตูห้อง แต่ละคนร้อนใจไม่น้อย
ซูเถาหยุดร้องไห้ สะอึกสะอื้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
“นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้เห็นพวกเธอ ก็ยังนึกว่าเป็นคนดี ไม่นึกเลยว่าจะรังแกคนกันแบบนี้”
หลิวฝูเซิงสูบบุหรี่เข้าไปแรง ๆ
“นั่นสิ จะรังแกคนกันแบบนี้ได้ยังไง!”
“ซูเถา เดี๋ยวป้าจะไปด่าพวกนั้นแทนเธอ พวกนั้นเห็นว่าเธอเป็นเด็กสาว ขี้เกรงใจ ก็เลยได้ใจสินะ”
“ใช่ ซูเถา ไม่ต้องห่วง แถวหมู่บ้านละแวกนี้ยังไม่มีใครด่าพวกป้าได้ชนะหรอก”
ป้าสามคนที่เบียดกันอยู่หน้าประตูช่วยกันพูดทีละคนเพื่อแก้ต่างให้ซูเถา ถ้าพวกเธอเก็บรอยยิ้มบนหน้าเสียหน่อยก็คงจะดี
