กู้โช่วหยวนมาถึงหน้าประตูโลจิสติกส์ซื่อไห่อย่างรวดเร็ว
เมื่อก่อนที่นี่มีรถราขวักไขว่ รถบรรทุกสินค้าหนักแล่นเข้าออกกันไม่ขาดสาย
พนักงานคุ้มกันรวมกลุ่มกันอยู่บนลาน กำลังลับอาวุธและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องวิถียุทธ์
เสียงตะโกน เสียงเครื่องยนต์คำราม และเสียงโลหะกระทบกันดังระงม บรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา
แต่เพียงชั่วสัปดาห์เดียว เขตโลจิสติกส์ทั้งแห่งกลับเงียบเหงาลงไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงคนงานประปรายที่ยังคัดแยกและขนส่งสินค้า
ภายในโลจิสติกส์ซื่อไห่ยังมีสินค้าคงเหลือและของในคลังอยู่บ้าง
ลานขนส่งอันกว้างขวางว่างเปล่า รถบรรทุกคุ้มกันจำนวนมากที่เคยจอดเรียงเป็นระเบียบ ต่างถูกนำเข้าไปเก็บในโกดังและปิดผนึกไว้
บนพื้นยังมีรอยยางรถจากการขนถ่ายสินค้าในวันวาน ทว่าตามร่องรอยเหล่านั้นกลับมีฝุ่นบาง ๆ จับอยู่แล้ว
หน้าต่างหอพักหลายแถวปิดสนิท ไม่มีเสียงพูดคุยหัวเราะแม้แต่น้อย
หอคอยเฝ้าระวังบนกำแพงยังคงตั้งตระหง่าน พนักงานประจำป้อมก็มีจำนวนน้อยกว่าแต่ก่อนมาก
สายลมพัดผ่านลานกว้าง พัดใบไม้แห้งสองสามใบให้หมุนคว้างอยู่บนพื้น
กู้โช่วหยวนมองภาพตรงหน้าแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
เมื่อยามเห็นกู้โช่วหยวน ก็จำได้ว่าเขาเป็นผู้มีคุณูปการที่สร้างผลงานไว้ไม่น้อย จึงยกมือให้ผ่านทันที
“น้องชาย” กู้โช่วหยวนก้าวผ่านประตูเข้ามา พลางถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้ในบริษัทมีคนอยู่ไหม?”
ยามส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว คนส่วนใหญ่ลาพักกลับบ้านกันหมด”
กู้โช่วหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย “แล้วหวงจื้อเฉียง ผู้จัดการหวงล่ะ?”
“ไม่ทราบครับ ตั้งแต่ประกาศให้พนักงานทุกคนหยุดพัก ก็ไม่เห็นผู้จัดการหวงมาที่เขตนี้อีกเลย”
“ผู้บริหารคนอื่น ๆ ของตระกูลหวงก็ไม่มาเหมือนกันหรือ?”
“ไม่มาครับ ไม่เห็นมาสักคน”