องครักษ์สองนายของตระกูลเซียวสบตากัน แววตาดุดันพลันฉายแววลังเล มิได้ลงมือในทันที แต่พากันหันมองเจ้าบ้านเซียวเม่าเซวียน ฝ่ายหลังสีหน้าดำทะมึนดั่งน้ำ ในที่สุดก็พยักหน้าน้อย ๆ จนแทบมองไม่เห็น
องครักษ์นายหนึ่งในนั้นก้าวเท้าออกมา มุ่งตรงมาที่โต๊ะของหลิงชวน เขาเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตหก ถือดาบสั้นในมือ ใบมีดทอประกายเย็นเฉียบใต้แสงเทียน สายตาจับจ้องไปที่เนี่ยซิงหานไม่วางตา หาได้กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เพราะศรเมื่อครู่รวดเร็วเหลือเกิน เร็วเสียจนเขามองไม่เห็นแม้แต่วิถี เห็นเพียงดอกโลหิตวาบขึ้นตรงหน้า สหายก็ล้มลงเสียแล้ว
เนี่ยซิงหานไม่รีบร้อน หยิบเกาทัณฑ์เหล็กออกมาจากกระบอกธนูหนึ่งดอก ปลายนิ้วลูบขนหางนกเพื่อตรวจสอบความสมดุล จากนั้นโก่งคันศรขึ้นพาดลูกธนู รวดเร็วต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
'หวืด!' สายธนูสั่นสะท้านก้องไม่หยุด เกาทัณฑ์เหล็กแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีดำ ทะลวงอากาศพุ่งตรงสู่หว่างคิ้วขององครักษ์ผู้นั้น
องครักษ์เตรียมรับมือไว้ก่อนแล้ว เอียงตัวหลบ พลางตวัดดาบปัดป้อง
'ติ๊ง!'
ตามด้วยเสียงกระทบแหลมกังวาน ประกายไฟกระจายวาบ เกาทัณฑ์เหล็กเฉียดใบดาบปักเฉียงไป พลังอันน่าสะพรึงที่ติดมากับลูกธนูกลับสะเทือนถึงมือกำดาบจนชา ดาบสั้นสั่นไหวรุนแรง
ทว่าเขายังมิทันได้ผ่อนลมหายใจ สังหรณ์ถึงอันตรายร้ายแรงก็พลุ่งขึ้นเต็มอก ขนทั่วร่างลุกชันดั่งตกลงในธารน้ำแข็ง เขาหลบหลีกด้วยสัญชาตญาณ น่าเสียดายที่สายเกินไปเสียแล้ว
'ฉึก!' เกาทัณฑ์เหล็กดอกที่สองพุ่งมาถึง ทะลุทรวงอกของเขาอย่างแม่นยำ นำพาละอองโลหิตแดงฉานกระจายฟุ้ง สะดุดตายิ่งนักใต้แสงเทียนในห้องโถง
