หลิงชวนกลับมาถึงจวนอ๋องเมื่อยามโพล้เพล้
แสงสุดท้ายของตะวันยามเย็นสาดส่องลงบนสิงโตหินหน้าจวนอ๋อง อาบด้วยสีทองอร่าม แมลงวันและทหารคนสนิทจำนวนหนึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พากันก้าวเข้ามาคำนับ “คารวะท่านโหว!”
“เอาล่ะ ๆ จะเฮโลกันไปทำไม!” หลิงชวนโบกชายแขนเสื้อ ทำเป็นดุ แต่ในแววตาแฝงรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็ก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปในเรือน
เพิ่งย่างเข้าสู่เรือนโถง หลิงชวนก็ตะลึงกับทรัพย์สินล้ำค่ามากมายที่เห็นตรงหน้า
ตอนที่อ่านประกาศราชโองการก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้ใส่ใจกับรางวัลเหล่านี้มากนัก ตอนนี้มาเห็นกับตา จึงรู้ว่าของพระราชทานจากฮ่องเต้มากมายเหลือคณานับเพียงใด
เพียงทองคำก็ใส่หีบไม้แดงหนักอึ้งมาเต็มห้าหีบ ฝาหีบเปิดอ้าไว้ แสงทองเจิดจ้าแยงตา ยังมีผ้าต่วนแพรพรรณหลากสีสันกับอัญมณีงามวิจิตรที่กองเต็มหีบใหญ่อีกหลายใบ ทอประกายแวววาวนุ่มนวลท่ามกลางแสงสนธยา
ยามที่รางวัลเหล่านี้ถูกนำมาส่งถึงบ้าน ซูหลีเองก็ตกตะลึงไม่น้อย นางยืนอยู่หน้าหีบเหล่านั้นเนิ่นนานไม่อาจเอ่ยวาจา
โดยเฉพาะชุดฟ่งกวันเสียเพยอันวิจิตรงดงามพร้อมกับราชโองการแต่งตั้งให้เป็นซู่เหรินขั้นสามนั้น ทำให้นางใจสับสนอยู่เป็นนาน สองมือนางลูบไล้ลวดลายปักอันประณีตบนเสื้อคลุม แววตาฉายอารมณ์หลากหลาย
เมื่อเห็นหลิงชวนในชุดอิ่นเผา คือเสื้อคลุมปักมังกร สวมมงกุฎทองเดินเข้ามา ใจของซูหลียิ่งตื่นเต้นจนยากเก็บกัก สามีของนางตอนนี้เป็นถึงท่านโหวอย่างเต็มภาคภูมิ เรื่องนี้ทำให้ทั้งภาคภูมิใจและหวั่นใจ
“สามี นี่มัน...” ซูหลีทำตัวไม่ถูก ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเห็นของล้ำค่ามากมายเช่นนี้ ตรงกันข้าม นางเกิดในตระกูลใหญ่โต เคยเห็นสมบัติล้ำค่าชนิดไหนมาบ้าง?
