“ดีมาก!” เจี้ยนชีจิ้นพยักหน้า สีหน้าค่อย ๆ ตื่นเต้นขึ้น ก่อนจะหัวเราะเสียงดังในท้ายที่สุด “ดี! ดีจริง ๆ!”
กล่าวจบ ปราณกระบี่ทั่วร่างก็แผ่กระจาย ส่งเสียงกังวานไม่ขาดสาย เขาค่อย ๆ ยกกระบี่ยาวในมือขึ้น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังเซียวเจี้ยนหลี ส่วนห้วงอากาศเบื้องหลังเขากลายเป็นโลกแห่งปราณกระบี่ไปแล้ว
“เซียวเจี้ยนหลี กระบี่ของข้ามีนามว่า พิศใกล้ช้ำ ฟ้าคือปลายทาง หากเจ้าตายใต้กระบี่นี้ นั่นย่อมเป็นเกียรติของมัน หากมันพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือเจ้า นั่นก็เป็นเกียรติของมันเช่นกัน!” น้ำเสียงของเจี้ยนชีจิ้นหนักแน่นกังวาน ปราณกระบี่นับหมื่นสายส่งเสียงประสานรับกับเขา
“สมกับเป็นพิศใกล้ช้ำ ฟ้าคือปลายทาง เซียวผู้นี้ขอรับคำชี้แนะ!” เซียวเจี้ยนหลีพยักหน้าเอ่ย
ในยามนี้ สายน้ำนั้นมาถึงใต้เท้าเขาแล้ว รูปร่างที่ก่อนหน้านี้คดเคี้ยววกวนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเส้นตรง ขนาดจากเดิมยาวกว่าร้อยจ้างเหลือเพียงสิบกว่าจ้าง ทว่ากลับควบแน่นยิ่งกว่าเดิมมาก
ในสายน้ำนั้น ปราณกระบี่อัดแน่นจนส่งเสียงสั่นสะเทือนประหนึ่งโลหะกระทบกัน ควบแน่นราวกับเป็นของจริง สายน้ำยาวสิบกว่าจ้างทั้งสายก็คือกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง
“ใกล้เพียงคืบ ไกลสุดขอบฟ้า กระบี่ออกไปแล้วมิหวนคืน!”
เจี้ยนชีจิ้นเปล่งเสียงตวาดเบา ๆ พร้อมค่อย ๆ แทงกระบี่ยาวในมือออกไป กระบี่นี้มิได้รวดเร็ว ถึงขั้นใช้คำว่าช้าได้ ทว่าช้าอย่างแม่นยำยิ่ง ช้าจนผู้คนมิอาจหลบเลี่ยง
ประหนึ่งสิ่งที่เขาแทงออกไปมิใช่กระบี่เล่มหนึ่ง หากเป็นความสำเร็จในวิถีกระบี่ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่เต็มเปี่ยมอยู่ในอก
ปราณกระบี่ทั้งหมดในห้วงอากาศเบื้องหลังหลั่งไหลมาไม่ต่างจากคลื่นน้ำ ต่างพากันหลอมรวมเข้าไปในกระบี่ยาวที่อยู่ในมือเขา
