เหลียงกุ้ยจางสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าวรยุทธ์วิชาดาบของเซียวเจี้ยนหลีจะบรรลุถึงขั้นนี้แล้ว เพียงแค่สุ่มปล่อยกระแสปราณดาบออกมาหนึ่งสาย ก็สามารถทำลายการโจมตีเต็มกำลังของตนเองได้อย่างง่ายดาย
ทว่า เขาไม่ได้จะยอมแพ้เพียงเท่านี้ สองมือยังคงผนึกพิมพ์ต่อไป เห็นได้ชัดว่าเมฆดำเบื้องบนที่รวมตัวกันเป็นเกลียวหมุนขนาดมหึมากำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งหลุมดำที่หยั่งไม่ถึงความลึก พุ่งตรงลงมาบีบอัดเซียวเจี้ยนหลี
ในภวังค์นั้น ประหนึ่งว่าท้องฟ้าทั้งผืนจะถล่มลงมา กลืนกินเซียวเจี้ยนหลีให้สูญสิ้น
เผชิญกับการโจมตีที่ดูน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เซียวเจี้ยนหลีกลับยังคงสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม กล่าวว่า “กลอุบายเหล่านี้แข็งแกร่งจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ของตัวเจ้าเอง เป็นเพียงคนอื่นยืมมือเจ้าปล่อยออกมา อย่างดีก็มีพลังเพียงหกส่วนเท่านั้น!”
“เจ้าไม่รู้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของพวกเขาเลย ต่อให้เป็นพลังเพียงหกส่วน ก็มากพอจะสังหารเจ้าได้แล้ว!”เหลียงกุ้ยจางตะโกนก้อง พลังปราณหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง จนใบหน้าของเขาซีดเผือด
เซียวเจี้ยนหลีไม่กล่าวอีก เห็นเพียงมือข้างหนึ่งผนึกพิมพ์ดาบ ใบไม้สีทองของต้นแปะก๊วยที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วพื้นค่อย ๆ ลอยขึ้นจากดิน ใบไม้นับหมื่นนับพันประหนึ่งมีเส้นใยอันหนึ่งคอยดึงให้ลอยละล่อง
ทว่า หากมองดี ๆ จะพบว่า ในทุกใบไม้นั้นมีประกายดาบส่องประกายวาววับ
เมื่อใบไม้สีทองที่ลอยขึ้นจากดินมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณนี้ก็กลายเป็นโลกแห่งกระแสปราณดาบขึ้นมา ต่อให้เป็นนักบู๊ระดับเก้าขั้น ก้าวเท้าเข้าไปในบริเวณนี้ ก็จะถูกบดขยี้อย่างง่ายดาย และในชั่วพริบตาก็ไม่เหลือแม้แต่กระดูก
