หลังจากทั่วปาชิงเซียวนำทัพเข้าโจมตีด่านหยางเป็นกลุ่มแรก กองทัพอื่นๆ ก็รู้ดีว่าหากยังคงนิ่งเฉยต่อไปก็จะถูกกล่าวหาได้ จึงพากันเปิดฉากโจมตีตามๆ กัน
อันที่จริงแล้ว ในใจของพวกเขาต่างก็มีความขัดแย้ง ด้านหนึ่งไม่อยากถูกทั่วปาชิงเซียวใช้เป็นเครื่องมือ ทะยานไปข้างหน้าเป็นเป้าสังหาร อีกด้านหนึ่งก็กังวลว่าคนอื่นจะบุกทะลวงแนวป้องกันของทัพโจวได้ก่อน แล้วตนจะตกเป็นรอง ทำให้ผลประโยชน์ทั้งหมดตกไปอยู่ในมือคนอื่น
แม้กองทัพฝ่ายเหนือจะเต็มไปด้วยอาวุธอันคมกริบและธงหมาป่าที่ปลิวสะบัด แต่เมื่อศัตรู่นับแสนนายบุกเข้ามา ถึงแม้จะเป็นชายแดนของแต่ละแคว้นหรือจวนผู้บัญชาการที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็สัมผัสได้ถึงความกดดันที่ไม่เคยมีมาก่อน
นี่คือศึกที่ใหญ่ที่สุดระหว่างต้าโจวกับชนเผ่าทุ่งหญ้านับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ
ถึงแม้จะเป็นในราชวงศ์ก่อน ตอนที่ชนเผ่าทุ่งหญ้าและชนเผ่าจงหยวนต่างอยู่ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดของชาติ การศึกครั้งนั้นก็มีกำลังพลรวมกันเพียงหนึ่งล้านสองแสนนายเท่านั้น และแนวรบก็ไม่ได้ยาวเท่าครั้งนี้
พูดได้เต็มปากว่า ไม่ว่าศึกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แนวชายแดนแปดร้อยลี้จะต้องพังพินาศย่อยยับ
และถึงแม้ในที่สุดกองทัพหูเจี๋ยจะชนะ ก็ต้องเป็นการชนะที่สูญเสียอย่างหนักหนาสาหัส เพียงแต่พวกเขาสามารถเหยียบซากศพของจักรวรรดิต้าโจวเพื่อฟื้นฟูกำลังพลได้
ในทางกลับกัน หากพวกเขาบุกไม่สำเร็จ ต่อไปอีกร้อยปีก็ไม่มีทางได้ครอบครองจงหยวน และอาจเพราะศึกครั้งนี้ที่ทำให้ประเทศสิ้นเปลืองทรัพยากรจนจักรวรรดิหูเจี๋ยอันยิ่งใหญ่ตกต่ำลงหรือถึงขั้นแตกสลายได้
