แต่ในขณะนั้นเอง นอกลานบ้านก็มีเสียงดาบปะทะกันและเสียงกรีดร้องดังระงมขึ้น
เจิ้นฮุยรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่นานนัก ลูกน้องคนหนึ่งก็กลับมารายงานว่า “หัวหน้า ข้างนอกมีแต่ทหารโจว พวกเราถูกล้อมแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างสีหน้าเปลี่ยนไป เชียนเสียวสั่งเจิ้นฮุยทันทีว่า “เจ้านำคนถอยกลับไป ข้าจะรั้งท้ายเอง!”
“พี่ใหญ่...”
เจิ้นฮุยมีสีหน้าเป็นกังวล สายตาที่เหลือบมองหางตากวาดไปยังเหยียนเฮ่อเจ้าซึ่งยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะ
เชียนเสียวไหนเลยจะไม่อยากหนีไป แต่พลังที่เหยียนเฮ่อเจ้าปลดปล่อยออกมากลับจับจ้องเขาไว้ตลอด เขาจึงไม่อาจหนีไปไหนได้เลย
ไม่นาน เสียงโห่ร้องสังหารและเสียงต่อสู้ด้านนอกประตูก็เงียบลง เห็นได้ชัดว่านักรบพลีชีพชั้นยอดที่บุกออกไปนอกลานถูกสังหารจนหมดแล้ว
เมื่อเห็นนักรบพลีชีพในลานกำลังจะถอยหนี ทหารราบเกราะหนักกว่าร้อยนายก็รุกเข้าใส่ทันที ปากทางเข้าอุโมงค์ลับมีขนาดไม่กว้าง พวกเขายังถอยกลับไปไม่ทันหมด ทหารราบเกราะหนักก็ประชิดเข้ามาแล้ว
พลังต่อสู้ของนักรบพลีชีพชั้นยอดเหล่านี้ไม่อ่อนด้อยจริง ๆ หากประมือกันตัวต่อตัว ทหารเหล่านี้แทบไม่ใช่คู่มือของพวกเขา แต่หากตั้งกระบวนทัพรับมือ พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเหล่านี้ได้
หลังการต่อสู้เข่นฆ่ากันอยู่พักหนึ่ง นักรบพลีชีพที่ถอยกลับเข้าอุโมงค์ลับไม่ทันถูกสังหารจนหมด เมื่อรวมกับพวกที่ถูกสังหารไปก่อนหน้า ก็มีผู้เสียชีวิตมากถึงห้าหกร้อยคน
ในขณะนั้นเอง เหยียนเฮ่อเจ้าค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เอ่ยกับเชียนเสียวว่า “ตามกฎเดิม ข้าจะออกดาบเพียงหนึ่งครั้ง หากเจ้ายังไม่ตาย ข้าจะให้เวลาหนีสามวัน!”
