เป็นดังหลูยุ่นโฉวกล่าวไว้ ในที่ประชุมแม่ทัพนายกองล้วนเป็นนายทหารเก่าแก่ของกองทัพฝ่ายเหนือ มีอาวุโสสูง แม้จะยอมรับในความสามารถของหลิงชวน ทว่าการที่ดาวรุ่งพุ่งแรงผู้นี้อยู่เหนือตน คอยออกคำสั่งบัญชา ในใจพวกเขาก็อดรู้สึกไม่ยอมรับไม่ได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลูยุ่นโฉวคัดเลือกนายทหารรองแทนที่จะให้นายทหารหลักนำทัพด้วยตนเอง
แม่ทัพหลักประจำการในแต่ละแคว้น ย่อมทำให้แนวหลังมั่นคง ทั้งยังหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงระหว่างนายทหารเก่ากับหลิงชวน ทางด้านนายทหารรองเหล่านี้ อาวุโสและตำแหน่งต่ำกว่าชั้นหนึ่ง และในจำนวนนั้นมีผู้ที่สานสัมพันธ์อันดีกับหลิงชวนเช่นเฉินจิ่งเหยา ชุยสิงเจี่ยน คอยช่วยเหลือหลิงชวนอย่างลับ ๆ ลดอุปสรรคในการทำงาน
แม้จะเป็นเช่นนั้น ความกดดันในการปราบกบฏของหลิงชวนก็ยังหนักหนา เขากับลู่เฉินเฟิงได้กลายเป็นศัตรูกันโดยสมบูรณ์แล้ว และในบรรดานายทหารรองที่เข้าร่วมประชุม ก็มีผู้ติดตามของลู่เฉินเฟิงอยู่ไม่น้อย พวกมันจะก่อความวุ่นวายในที่ลับหรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้
สิ้นสุดการหารือ เหล่าแม่ทัพค่อย ๆ ทยอยออกไป หลูยุ่นโฉวรั้งตัวหลิงชวนไว้เพียงผู้เดียว
ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกัน ภายในโถงใหญ่เหลือเพียงพวกเขาสองคน
หลูยุ่นโฉวชำเลืองมองหลิงชวน พลางยกยิ้มบาง ๆ เอ่ยปากถาม "เป็นอย่างไร ยังโกรธข้าอยู่หรือ"
หลิงชวนส่ายศีรษะเล็กน้อย น้ำเสียงเคร่งขรึม "กระผมมิกล้า เพียงรู้สึกว่าพี่น้องชาวอวิ๋นโจวกว่าสองพันคนของข้าตายอย่างไม่สมควรนัก"
หลูยุ่นโฉวถอนหายใจเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ข้าเข้าใจว่าในใจเจ้าคับแค้นนัก เรื่องนี้เป็นความประมาทของข้าเอง คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินเฟิงจะใช้วิธีที่อุกอาจถึงเพียงนี้"
