ฉีชิงหย่วนออกจากตำหนักราชโองการแล้ว มิได้ออกวัง หากมุ่งตรงไปยังตำหนักอว่านเฉิน
เพิ่งก้าวเข้าประตูตำหนัก ก็เห็นอ๋องรองโจวอวิ๋นคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าฉีกุ้ยเฟย หน้าผากแนบพื้น ร่างกายสั่นสะท้านควบคุมมิได้
ฉีชิงหย่วนเหลือบมองโจวอวิ๋นเรียบๆ คราหนึ่ง จากนั้นนั่งลงตามเดิม ฉีกุ้ยเฟยรีบก้าวเข้ามารินน้ำชาให้แก้วหนึ่ง ก้มตัวเอ่ยถามว่า "ท่านพ่อ ฝ่าบาทรับสั่งว่ากระไร"
ฉีชิงหย่วนวางถ้วยชา กล่าวอย่างเชื่องช้า "ภายในสามวัน หากหลิงชวนหยุดทัพกบฏมิได้ ฝ่าบาทจะให้หนานกงซื่อนำกองทหารรักษาวังไปปราบกบฏ!"
ได้ยินคำนี้ ฉีกุ้ยเฟยแววตาฉายประกายเจิดจ้า กล่าวอย่างตื่นเต้น "หากหนานกงซื่อนำทหารรักษาวังไป เช่นนั้นวังหลวงก็หาใช่..."
ฉีชิงหย่วนรีบยกมือเป็นสัญญาณห้ามนางกล่าวต่อไป จากนั้นมองไปนอกประตูตำหนักอย่างระแวดระวัง ฝ่ายหลังเข้าใจทันใด กล่าวว่า "ท่านพ่อวางใจได้ ตำหนักอว่านเฉินล้วนเป็นคนของพวกเรา!"
ฉีชิงหย่วนลดเสียงต่ำลง กล่าวว่า "ให้ทุกคนเตรียมพร้อม รอแค่กองทหารรักษาวังเคลื่อนพล ก็ลงมือได้!"
ฉีกุ้ยเฟยพยักหน้า เอ่ยว่า "แต่ท่านพ่อ หลิงชวนผู้นี้ฝีมือการรบเก่งกาจเสมอมา หากภายในสามวันได้ชัยชนะจริง จะทำเช่นไร"
ฉีชิงหย่วนเผยสีหน้ามั่นใจ แค่นเยาะ "พวกเรากำหนดชะตาสงครามหล่งซีมิได้ เราแค่ทำให้ข่าวดีส่งเข้านครเทวะไม่ถึงก็พอ!"
ฉีกุ้ยเฟยรู้แจ้งทันที พยักหน้าติดๆ กัน "ถูกต้อง! อย่างไรเสียพวกเราก็แค่ให้ทหารรักษาวังออกจากนครเทวะก็พอ!"
"นี่คือโอกาสในรอบพันปี ทั้งยังเป็นโอกาสเดียวของพวกเรา หากพลาดไปจะไม่มีอีก!" ฉีชิงหย่วนแววตาเต็มไปด้วยความบ้าระห่ำ
