คำว่า ‘หยิบยืม’ เพิ่งหลุดจากปาก มือซ้ายของเขาก็พุ่งออกไปดุจสายฟ้า นิ้วทั้งห้างอเป็นตะขอ ภายใต้การหล่อเลี้ยงของลมปราณ ปลายนิ้วเปล่งแสงเขียวอ่อน ราวกับมีดสั้นเล่มหนึ่ง แทงตรงไปยังอกของเยี่ยเหมาจื่อ เร็วปานเงาดำที่หลงเหลืออยู่เพียงเส้นเดียว
ทว่าในชั่วพริบตานั้น ดูเหมือนเยี่ยเหมาจื่อจะเตรียมป้องกันไว้ก่อนแล้ว หรือจะกล่าวว่า ไม่เคยลดความระแวดระวังลงเลยแม้แต่น้อย
เพียงเห็นข้อมือพลิกกลับ มีดสั้นเล่มหนึ่งปรากฏในมือ แสงเย็นวาบหนึ่ง พุ่งแทงตรงสู่ข้อมือของอีกฝ่าย ทั้งเร็วและร้ายกาจ ผิดกับท่วงท่าที่สู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
มังกรหัวโล้นใบหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองได้เร็วเพียงนี้ ทั้งยังลงมือด้วยท่วงท่าเตรียมตายไปด้วยกัน ทว่ากลับยิ่งยืนยันการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขา
เผชิญกับมีดเล่มนี้ มังกรหัวโล้นก็ไม่กล้าประมาท เพียงเห็นเขาพลิกเปลี่ยนกระบวนท่า ห้านิ้วแยกออกอย่างรวดเร็ว คว้าไปยังข้อมือของเยี่ยเหมาจื่อ ลมปราณปะทุจากปลายนิ้ว เจตสังหารทะลักออกมา
เยี่ยเหมาจื่อก็แสดงความสามารถในการปรับตัวอันเหนือชั้น มีดสั้นนั้นประหนึ่งเขี้ยวของหมาป่าผู้หิวโหย คล่องแคล่วอย่างประหลาด พลิกคมมีดอย่างเร็วรี่เชือดไปยังนิ้วของมังกรหัวโล้น มุมที่เลือกได้คาดไม่ถึงอย่างยิ่ง
ฝ่ายหลังสีหน้าเปลี่ยน จำต้องถอนกระบวนท่า ห้านิ้วหวุดหวิดเสียดผ่านคมมีดหดกลับไป ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบของคมมีด
เยี่ยเหมาจื่อก็รีบเก็บมีดถอยหลังไปหลายก้าว เปิดระยะห่าง ตั้งท่าป้องกัน
“เจ้าคือไส้ศึกจริงดังคาด!” มังกรหัวโล้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เจตสังหารในดวงตาไม่ปิดบังอีกต่อไป ราวกับเป็นอสูรร้ายที่ถูกยั่วโทสะ “บอกข้า เจ้าคือใครกันแน่?”
