เกิ่งซวี่จางก้าวเท้าฉับไวมาถึงเชิงเทินแห่งหนึ่งบนกำแพงเมือง ยื่นศีรษะออกไปมองเบื้องล่าง
เห็นเพียงเครื่องยิงหินเกือบสิบเครื่องกำลังพุ่งหินเข้าใส่กำแพงไม่หยุดหย่อน ก้อนหินกระแทกกำแพง เศษหินกระจาย ฝุ่นคลุ้งตลบ นอกจากนี้ ยังมีทหารกองทัพฝ่ายเหนือจำนวนมากหามบันไดพาด ยกโล่ ตั้งขบวนอยู่ใต้กำแพง ประหนึ่งพร้อมจะขยับเข้าโจมตีเมืองทุกเมื่อ
เกิ่งซวี่จางเพ่งพินิจครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเย็น ลงความเห็นว่า “พวกมันเพียงตีหลอก! เครื่องยิงหินแค่นี้ ไม่มีทางพังกำแพงเมืองลู่โจวได้ ยิ่งกำแพงลู่โจวสูงใหญ่แข็งแกร่ง บันไดพาดที่พวกมันแบกมาก็ไม่ถึงยอดกำแพง ไม่มีทางเข้าเมือง!”
“ท่านแม่ทัพ เช่นนั้นกองกำลังของเรา ยังต้องออกไปปล้นค่ายไหม” นายทหารรองผู้หนึ่งเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่ไปแล้ว!” เกิ่งซวี่จางตัดบทเด็ดขาด “ทันทีที่เราส่งทหารออกเมือง การตีหลอกของพวกมัน ต้องกลายเป็นโจมตีจริงแน่! เมื่อถึงเวลานั้น ในเมืองกำลังรบว่างเปล่า หากกำแพงถูกพวกมันฉวยโอกาสตีแตก เราก็จบสิ้น!”
เกิ่งซวี่จางครุ่นคิดประเดี๋ยวหนึ่ง ใบหน้าเผยแววกังขา พึมพำกับตนเอง “เพียงแต่ข้าคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าพวกมันมีเครื่องยิงหินไม่ถึงสิบเครื่อง ไม่มีทางเข้าเมือง แล้วเหตุใดต้องอุตส่าห์วางกระบวนใหญ่โตเพียงนี้ แท้จริงพวกมันมีจุดประสงค์ใดกันแน่”
ขณะเกิ่งซวี่จางกำลังกังขาไม่หาย ทหารม้าหู่เปินห้าพันนายภายใต้บัญชาของถังขุยหราน ก็บุกมาถึงนอกค่ายใหญ่ทหารกบฏทางใต้สามสิบลี้แล้ว แต่ในค่ายใหญ่นั้น ทหารม้าเบาหมื่นนายก็เตรียมพร้อมรับศึกอยู่ก่อนแล้ว
