ทะลุนิยายก่อนโทษประหารล้างตระกูล นางขนเสบียงมุ่งสู่ชายแดน

ตอนที่ 5 เปิดฉากมาก็วิกฤต

5 นาที· 1.2K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

แม่ทัพใหญ่พิทักษ์แผ่นดินถูกไส้ศึกทรยศ แผนการเคลื่อนทัพรั่วไหลจนถูกกองทัพศัตรูซุ่มโจมตี เขาถูกธนูนับหมื่นยิงทะลุร่าง สิ้นใจอย่างอนาถกลางสนามรบ

ในหนังสือไม่ได้เขียนไว้ว่าไส้ศึกเป็นใคร หรือผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าว เพียงกล่าวถึงอย่างรวบรัด

ยามจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินกำลังโศกเศร้า องค์ชายรองกลับนำทหารบุกเข้ามา ก่อนตรงไปยังห้องหนังสือและค้นพบจดหมายที่ใช้ติดต่อสมคบกับศัตรูในซอกหลืบมุมห้องได้อย่างแม่นยำ

ราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจดหมายฉบับนั้นซ่อนอยู่ที่ใด เพียงหาเหตุผลนำมันออกมาเท่านั้น

สิ่งที่นางไม่เข้าใจที่สุดคือ หลังองค์ชายรองขึ้นครองราชย์สำเร็จ พระบัญชาฉบับแรกที่ประกาศกลับเป็นการสร้างสัมพันธ์อันสงบกับถูเจวี๋ย และลงนามใน ‘สัญญาเว่ยเหมิง’

เขามอบเสบียงให้อีกฝ่ายมากกว่าหมื่นตัน ทั้งผ้าไหมและผ้าหลายพันพับ เครื่องเคลือบก็มีมากมายนับไม่ถ้วน กระทั่งเมืองนับร้อยแห่งยังยกให้อีกฝ่าย

ดูคล้ายทำตามคำมั่นสัญญา หรือไม่ก็ถูกอีกฝ่ายจับจุดอ่อนไว้

ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน นี่ก็คือสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน คงถูกชาวเน็ตรุมประณามจนเละไม่มีชิ้นดีไปแล้ว

หลังอ่านมาถึงตรงนั้น นางก็รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ชวนคลื่นเหียน

ไม่คิดเลยว่าตนจะมีวาสนากับหนังสือเล่มนั้นถึงเพียงนี้ เรื่องทะลุมิติมาอยู่ในหนังสือจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ยิ่งไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นตัวประกอบหญิงหมายเลขสองที่ต้องตายในเรื่อง

บานหน้าต่างเปิดแง้ม ลมหนาวเย็นพัดเข้ามา ดึงเสิ่นชิงเหอกลับจากภวังค์

นางไม่เพียงทะลุมิติมาอยู่ในร่างตัวประกอบหญิงหมายเลขสองในหนังสือ แต่ยังใกล้จะต้องเผชิญชะตาบิดาและพี่ชายสิ้นชีพกลางสนามรบ ก่อนทั้งตระกูลจะถูกประหาร

นี่มันเปิดฉากมาก็วิกฤตสุด ๆ

สวรรค์กำลังกลั่นแกล้งฉันอยู่หรือไง

ไม่ได้ ฉันจะนั่งรอความตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้ไว้ ฉันต้องหาทางพลิกชะตาอันน่าเวทนาของจวนแม่ทัพให้ได้

นางเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผลทับทิมสีแดงสดห้อยอยู่บนต้นทับทิมนอกเรือน

นางพอจะเดาได้ว่าเวลานี้คงเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อีกไม่นานทั่วทั้งแคว้นต้าฉิ่งจะประสบภัยหิมะตกหนักครั้งใหญ่ที่หาได้ยากในรอบร้อยปี

เพราะภัยพิบัติครั้งนั้น ขุนนางกับพ่อค้าร่วมมือกันฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวจนแพงลิบลิ่ว

ชาวบ้านทั่วไปซื้อข้าวไม่ไหว บ้านเรือนก็ถูกหิมะถล่มทับ เสื้อผ้าขาดแคลน อาหารไม่พอกิน สัตว์เลี้ยงนับไม่ถ้วนหนาวตาย

ทั่วทั้งแผ่นดินจมอยู่ในเงามืดของภาพ ‘จวนขุนนางสุราหอมเนื้อหอม ส่วนชาวบ้านหนาวตายเกลื่อนถนน’

มีเพียงขุนนางและพ่อค้าข้าวในแต่ละพื้นที่ที่กอบโกยเงินทองจนเต็มกระเป๋า

เสิ่นชิงเหอโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ กำมือแน่น สมองแล่นเร็วจี๋ พยายามคิดหาหนทางแก้สถานการณ์นี้

บิดาของร่างเดิมเป็นแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แผ่นดิน ห้าวหาญชำนาญศึก ปฏิบัติต่อเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาด้วยใจจริง รักใคร่ประหนึ่งบุตรของตน

เมื่อทหารเสียชีวิตในสนามรบ ราชสำนักไม่มอบเงินชดเชยให้ เขาก็ควักเงินส่วนตัวส่งไปให้ครอบครัวของทหารเหล่านั้น

หลังชนะศึก ทรัพย์สินที่ยึดมาได้ก็แบ่งให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาทั้งหมด หรือไม่ก็นำไปจัดซื้อเสบียงและเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้กองทัพ

ราชสำนักให้ความสำคัญกับฝ่ายบุ๋นมากกว่าฝ่ายบู๊ ไม่ใส่ใจเหล่าทหารที่รักษาชายแดนและเมือง เสบียงที่ส่งลงมาเมื่อผ่านการหักหัวคิวหลายทอด ก็เหลือถึงมือทหารเพียงน้อยนิด

แม้แต่ปากท้องขั้นพื้นฐานยังยากจะดูแลให้ทั่วถึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต้านทานถูเจวี๋ยที่รุกรานชายแดนทางใต้อยู่เนือง ๆ

เสิ่นเชียนหวยเป็นคนอารมณ์ร้อน เคยทะเลาะกับเสนาบดีกรมคลังเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงทำได้เพียงควักเงินส่วนตัว นำทรัพย์สินของตนมาอุดส่วนที่ขาด

หลังคอยสนับสนุนเช่นนี้มาหลายปี เงินในจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินก็ขาดแคลน ฮูหยินผู้เฒ่าจำต้องขายทรัพย์สินในจวน เพื่อนำเงินไปสนับสนุนทัพสกุลเสิ่นหนึ่งแสนนาย

เมื่อพร่องเงินทองไปหลายปี จวนแห่งนี้ก็แทบไม่เหลือทรัพย์สินให้หมุนเวียน

เสิ่นชิงเหอรู้สึกปวดศีรษะราวกับจะแตก นางอดสงสัยอีกครั้งไม่ได้ว่าสวรรค์กำลังกลั่นแกล้งนาง ผลักนางไปสู่ทางตายชัด ๆ

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบหญิงหมายเลขสองก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ คิดแล้วก็ปวดหัวเหลือเกิน

«ชิงเหอ ลูกแม่ เจ้าอย่าเป็นอะไรไปเด็ดขาด หากเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา แม่ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว ฮือ ๆ...»

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของสตรีงามผู้หนึ่งดังมาจากในลาน ก่อนเจ้าตัวจะมาถึงเสียอีก ดึงเสิ่นชิงเหอกลับสู่ความเป็นจริง

เรื่องทะลุมิติค่อยว่ากันทีหลัง จัดการสถานการณ์ตรงหน้าก่อนดีกว่า

เพราะอีกไม่นาน ข่าวว่าบิดาซึ่งอยู่ไกลถึงชายแดนพ่ายศึกและสิ้นชีพก็จะมาถึง

จากนั้นพี่ใหญ่จะตกหน้าผา ส่วนพี่รองนำทัพสกุลเสิ่นหนึ่งแสนนายต้านทานศัตรูอย่างยากลำบาก ทว่าท้ายที่สุดก็รอเสบียงจากราชสำนักไม่ไหว สิ้นเสบียงและกระสุนจนต้องตาย

เสิ่นชิงเหอเป็นคนรักพวกพ้องยิ่งนัก เมื่อทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน และครอบครองร่างของเจ้าของเดิมแล้ว นางก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสกุลเสิ่น

บิดาและพี่ชายบัญชาทัพสกุลเสิ่นหนึ่งแสนนายหาญกล้าต้านศัตรู แต่กลับต้องพบจุดจบอันโหดร้ายถึงเพียงนี้ จะให้นางกล้ำกลืนความแค้นนี้ลงไปได้อย่างไร

ไม่ได้!

นางต้องหาทางพลิกสถานการณ์ทั้งหมดให้ได้

ในเมื่อนางทะลุมิติมาแล้ว ตัวเอกในหนังสือก็ต้องเปลี่ยนคน อย่างน้อยก็ห้ามให้องค์ชายรองสมปรารถนา ขึ้นครองบัลลังก์ให้ได้

สตรีงามตรงหน้าร้องไห้จนสะอึกสะอื้น นางคือฟางหว่าน ฮูหยินเอกผู้ดูแลจวนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน

นางรักและทะนุถนอมบุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างเสิ่นชิงเหอผู้เป็นเจ้าของร่างเดิมจนสุดหัวใจ

เสิ่นชิงเหอไม่เคยได้รับความรักจากมารดามาก่อน พอมองสตรีผู้นี้ หัวใจก็พลันอ่อนยวบ น้ำเสียงของนางจึงอ่อนโยนลงอย่างอดไม่ได้

«ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ท่านอย่ากังวล»

«เหอเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงคิดทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น องค์ชายรองมิใช่คู่ครองที่เหมาะสมกับเจ้า ต่อไปอย่าทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้อีก»

ฮูหยินเสิ่นร้องไห้จนดวงตาบวมช้ำ ใบหน้างดงามล้ำเลิศยังมีคราบน้ำตา ใต้ขอบตาปรากฏเงาคล้ำเป็นแถบ

เป็นเพราะตรากตรำเกินไป

เมื่อเห็นมารดาที่รักและห่วงใยนางจากใจจริง หัวใจแข็งกระด้างของเสิ่นชิงเหอก็พลันอ่อนโยนลง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป